Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 319

เล่ม มมร. 45 หน้า 319 ข้อ 224
มีจิตตั้งมั่นจากฌานนั้น. บทว่า มารํ สเสนํ อภิภุยฺย ได้แก่ ครอบงำ มาร ๔ อย่างพร้อมด้วยเสนามาร อันได้แก่ เสนา คือ กิเลส และเสนา คือ ความพินาศ ไม่ให้เหลือ. จริงอยู่ กิเลสทั้งหลายท่านเรียกว่า เสนา เพราะ เข้าถึงความเป็นสหายแม้ของเทวบุตตมารในการฆ่าคุณความดี อนึ่ง ความพินาศ มีโรคเป็นต้น ก็เป็นเสนาของมัจจุมาร. เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ว่า กามา เต ปมา เสนา ทุติยา อรติ วุจฺจติ ตติยา ขุปฺปิปาสา เต จตุตฺถี ตณฺหา ปวุจฺจติ ปญฺจมี ถีนมิทฺธนฺเต ฉฏฺา ภิรู ปวุจฺจติ สตฺตมี วิจิกิจฺฉา เต มกฺโข ถมฺโภ จ อฏฺโม โลโภ สิโลโก สกฺกาโร มิจฺฉา ลทฺโธ จ โย ยโส โย จตฺตานํ สมุกฺกํโส ปเร จ อวชานติ เอสา นมุจิ เต เสนา กณฺหฺสสาภิปฺปหาริณี น นํ อสุโร ชินาติ เชตฺวา จ ลภเต สุขํ กามทั้งหลายเหล่านั้น ท่านกล่าวว่า เป็นเสนาที่ ๑ ความริษยาเป็นเสนาที่ ๒ ความอยากความกระหายเป็นเสนาที่ ๓ ตัณหาเป็นเสนาที่ ๔ ถีนมิทธะเป็นเสนาที่ ๕ ความขลาดเป็นเสนาที่ ๖ ความสงสัย เป็นเสนาที่ ๗ ความลบหลู่ ความหัวดื้อ ความโลภ ความสรรเสริญ สักการะ ความ เห็นผิด ยศที่ได้รับแล้ว การยกตน และ การข่มผู้อื่นเป็นเสนาที่ ๘ สารทำลายนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka