อริยสาวกใดเห็นขันธ์ ๕ ที่เกิดแล้ว
และธรรมเป็นเครื่องก้าวล่วงขันธ์ ๕ ที่
เกิดแล้วโดยความเป็นจริง ย่อมน้อมไปใน
นิพพานตามความเป็นจริงเพราะภวตัณหา
หมดสิ้นไป ถ้าว่าอริยสาวกนั้นกำหนดรู้
ขันธ์ ๕ ที่เกิดแล้ว ปราศจากตัณหาในภพ
น้อยและภพใหญ่แล้วไซร้ ภิกษุทั้งหลาย
ย่อมไม่มาสู่ภพใหม่ เพราะความไม่เกิด
แห่งอัตภาพที่เกิดแล้ว.
เนื้อควานแม้นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้า
ได้สดับมาแล้ว ฉะนั้นแล.
จบทิฏฐิสูตรที่ ๑๒
จบวรรคที่ ๒
อรรถกถาทิฏฐิสูตร
ในทิฏฐิสูตรที่ ๑๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ทฺวีหิ ทิฏฺิคเตหิ นี้ ทิฏฺิคต ก็คือทิฏฐินั่นแหละ ดุจ
ในบทมีอาทิว่า คูธคตํ มุตฺตคตํ (คูถ มูตร) ดังนี้. ทิฏฐิทั้งหลายอันมี
ฐานะเป็นทิฏฐิ เพราะเป็นเพียงถึงทิฏฐิโดยประการที่ว่างจากอาการถือเอา ด้วย
ทิฏฐิเหล่านั้น. บทว่า ปริยุฏฺิตา ได้แก่ ครอบงำหรือพัวพัน. ศัพท์ว่า