Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 412

เล่ม มมร. 45 หน้า 412 ข้อ 245
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า พระอริยเจ้าทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น ได้กล่าวบุคคลผู้รู้ทางกาย ผู้รู้ ทางวาจา ผู้รู้ทางใจ ผู้หาอาสวะมิได้ว่า เป็นมุนี ผู้ถึงพร้อมด้วยความเป็นมุนี มี บาปอันล้างแล้ว. เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพ- เจ้าได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล. จบมุนีสูตรที่ ๘ อรรถกถามุนีสูตร ในมุนีสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ในบทว่า โมเนยฺยานิ นี้ บุคคลชื่อว่า มุนิ เพราะรู้ทั้งโลกนี้และ โลกหน้า และทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่น ได้แก่ พระเสกขะบุคคล ๗ จำพวก พร้อมด้วยกัลยาณปุถุชน และพระอรหันต์. แต่ในที่นี้ทรงประสงค์เอาพระ- อรหันต์เท่านั้น. ความเป็นแห่งมุนี เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า โมเนยยะ ได้แก่ กายสมาจาร วจีสมาจาร และมโนสมาจารของพระอรหันต์. อีกอย่างหนึ่ง ธรรมคือ โมเนยยปฏิปทา ที่ทำให้เป็นมุนี ชื่อว่า โมเนยยะ. โมเนยยะเหล่านั้น มีความพิสดารดังต่อไปนี้ บรรดาโมเนยยะทั้ง ๓ นั้น กายโมเนยยะเป็นอย่างไร ? คือการละกายทุจริต ๓ อย่าง ชื่อว่า กายโมนยยะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka