เป็นสุข) ๑ อกุโตภยตา (ความเป็นผู้ไม่มีภัยจากที่ไหน ๆ) ๑ ปิยวิปฺปโย-
คาภาโว (ความเป็นผู้ไม่มีการพลัดพรากจากของรัก) ๑. แม้ผลของการงด
เว้นจากมิจฉาจาร ก็รวมอยู่ในผลของการงดเว้นจากการไม่ประพฤติพรหมจรรย์
เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า อพฺรหฺมจริยา เวรมณี ดังนี้.
มุสาวาทาเวรมณี มีผลมีอาทิอย่างนี้ คือ วิปฺปสนฺนินฺทฺริยตา
(ความเป็นผู้มีอินทรีย์ผ่องใส) ๑ วิสฏฺมธุรภาณิตา (ความเป็นผู้มีปกติ
พูดด้วยคำสละสลวย อ่อนหวาน) ๑ สมสิตสุทฺธทนฺตตา (ความเป็นผู้มีฟัน
เรียบเสมอ ทั้งขาว ทั้งสะอาด) ๑ นาติถูลตา (ความเป็นผู้ไม่อ้วนจนเกินไป) ๑
นาติกีสตา (ความเป็นผู้ไม่ผอมจนเกินไป) ๑ นาติรสฺสตา (ความเป็นผู้
ไม่ต่ำเกินไป) ๑ นาติทีฆตา (ความเป็นผู้ไม่สูงเกินไป) ๑ สุขสมฺผสฺสตา
(ความเป็นผู้มีสัมผัสเป็นสุข) ๑ อุปฺปลคนฺธมุขตา (ความเป็นผู้มีกลิ่นปาก-
หอมเหมือนกลิ่นดอกอุบล) ๑ สุสฺสูสกปริสตา (ความเป็นผู้มีบริษัท เชื่อฟัง
ตั้งอยู่ในโอวาท) ๑ อาเทยฺยวจนตา (ความเป็นผู้มีวาจาเชื่อถือได้) ๑
กมลทลสทิสมุทุโลหิตนยชิวฺหตา (ความเป็นผู้มีลิ้น อ่อน แดง และ
บางเหมือนกลีบดอกอุบล) ๑ อลีนตา (ความเป็นผู้ไม่หดหู่) ๑ อนุทฺธตตา
(ความเป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน) ๑.
สุราเมรยมัชชปมาทัฏานาเวรนณี มีผลมีอาทิอย่างนี้ คือ อตีตา-
นาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ อปฺปมาทตา (ความเป็นผู้ไม่ประมาท
ในกิจและกรณียกิจ ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน) ๑ าณวนฺตตา
(ความเป็นผู้มีญาณ) ๑ สทา อุปฏฺิตสติตา (ความเป็นผู้มีสติปรากฏอยู่
ทุกเมื่อ) ๑ อุปฺปนฺเนสุ กิจฺจกรณีเยสุ สพฺพฏฺานุปฺตฺติกปฏิภาณวนฺ-