ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงธรรมอันใด ย่อมทรงประกาศ
ศาสนพรหมจรรย์ และมรรคพรหมจรรย์ ทรงแสดงโดยนัยต่าง ๆ กัน
พรหมจรรย์นั้น ชื่อว่า สาตฺถํ เพราะสมบูรณ์ด้วยอรรถ ชื่อว่า สพฺยญฺชนํ
เพราะสมบูรณ์ด้วยพยัญชนะ ตามฐานานุรูป. ชื่อว่า สาตฺถํ เพราะประกอบ
ไปด้วยสังกาส (ทำให้รู้ชัด) ประกาศ การเปิดเผย การจำแนก การทำให้
ง่าย บัญญัติ และอรรถ บท ชื่อว่า สพฺยญฺชนํ เพราะสมบูรณ์ด้วย อักขระ
บท พยัญชนะ อาการ นิรุกติ และนิเทศ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สาตฺถํ
เพราะเป็นของลึกซึ้งโดยอรรถ และลึกซึ้งโดยการแทงตลอด ชื่อว่า สพฺย-
ญฺชนํ เพราะเป็นของลึกซึ้งโดยธรรม และลึกซึ้งโดยเทศนา. อีกอย่างหนึ่ง
ชื่อว่า สาตฺถํ เพราะเป็นวิสัยแห่งอัตถปฏิสัมภิทา และปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ชื่อว่า สพฺยญฺชนํ เพราะเป็นวิสัยของ ธรรมปฏิสัมภภทา และนิรุตติ-
ปฏิสัมภิทา. พรหมจรรย์ ชื่อว่า เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสของ ปริกขกชน
(ปัญญาชน) เพราะเป็นสิ่งอันบัณฑิตพึงซ่องเสพ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สาตฺถํ
พรหมจรรย์เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสของโลกิยชน เพราะเป็นสิ่งที่ควรเชื่อถือ
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สพฺยญฺชนํ. ชื่อว่า สาตฺถํ เพราะมีคำอธิบายลึกซึ้ง
ชื่อว่า สพฺยญฺชนํ เพราะมีบทตื้น.
พรหมจรรย์ ชื่อว่า เกวลปริปุณฺณํ เพราะบริบูรณ์ไปทั้งหมด
เหตุไม่มีข้อที่จะต้องนำเข้าไปเพิ่มเติม. ชื่อว่า ปริสุทฺธํ เพราะไม่มีโทษ
เหตุไม่มีสิ่งที่จะต้องนำออกไป. อีกอย่างหนึ่ง พรหมจรรย์ ชื่อว่า สาตฺถํ
เพราะมีความช่ำชองอันบุคคลพึงบรรลุได้ด้วยการปฏิบัติ ชื่อว่า สพฺยญฺชนํ
เพราะมีความฉลาดในอธิบายด้วยปริยัติ. ชื่อว่า ปริปุณฺณํ เพราะบริบูรณ์ไป
ด้วยธรรมขันธ์ทั้ง ๕ มีศีลเป็นต้น ชื่อว่า ปริสุทฺธํ เพราะปราศจากอุปกิเลส
เพราะประพฤติเพื่อรื้อถอนกิเลส และเพราะไม่มุ่งโลกามิส. ชื่อว่า พรหมจรรย์