Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 561

เล่ม มมร. 45 หน้า 561 ข้อ 270
ในสิ่งที่ล้ำเลิศ คือ สิ่งที่ประเสริฐ สูงสุด ที่บวร ได้แก่ สิ่งที่วิเศษด้วยคุณ อย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อัคคัปปสาทา (ความเลื่อมใสในสิ่งที่ล้ำเลิศ) แต่ความเลื่อมใสที่เป็นของล้ำเลิศ เพราะเกิดขึ้นในพระพุทธเจ้าเป็นต้น ผู้ล้ำเลิศตามที่กล่าวมาแล้ว ในความหมายที่ ๒ ชื่อว่า เป็นความเลื่อมใสอัน- ล้ำเลิศ. ส่วนชนเหล่าใด ดำเนินมาแล้ว ตามทางของพระอริยเจ้า มีความ เลื่อมใสหยั่งลงแล้ว ความเลื่อมใสเหล่านั้น เป็นความเลื่อมใสล้ำเลิศโดยส่วน- เดียวนั่นเอง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อัคคัปปสาทา. ดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ- ทั้งหลาย อริยสาวกในพระศาสนานี้เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยความเลื่อมใสที่ หยั่งลงแล้วในพระพุทธเจ้าดังนี้เป็นต้น . อนึ่ง ความเลื่อมใสเหล่านี้ ชื่อว่า เป็นความเลื่อมใสล้ำเลิศ เพราะมีผลล้ำเลิศบ้าง. สมจริงดังที่พระองค์ได้ตรัส ไว้ว่า ก็เมื่อบุคคลเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศแล้ว ผลเลิศก็จะมี. บทว่า ยาวตา ความว่ามีประมาณเท่าใด. บทว่า สตฺตา ได้แก่ สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย. บทว่า อปาทา ได้แก่ หาเท้ามิได้. บทว่า ทฺวิปาทา ได้แก่ มีเท้า ๒ เท้า. แม้ใน ๒ บทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน. วา ศัพท์ เป็นสมุจจยัตถะ ไม่ใช่เป็นวิกัปปัตถะ (มีความหมายรวม ไม่ใช่แยกแปล และไม่ใช่แปลว่าหรือ) เหมือนในคำนี้ว่า กามาสวะที่ยังไม่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นบ้าง กามาสวะที่เกิดขึ้นแล้ว จะเจริญขึ้นบ้าง มีความหมายว่า ยังไม่เกิดขึ้น และ เกิดขึ้นแล้ว และในคำนี้ว่า เพื่อการดำรงอยู่แห่งสัตว์ทั้งหลายที่เป็นภูตบ้าง เพื่ออนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลายที่เป็นสัมภเวสีบ้าง มีความหมายว่า ทั้งภูตและ สัมภเวสี และในคำว่า จากไฟบ้าง จากน้ำบ้าง จากความแตกแยกมิตรสัมพันธ์ กันบ้าง มีความหมายว่า ทั้งจากไฟ ทั้งจากน้ำ และจากความแตกจาก มิตรสัมพันธ์กัน ฉันใด แม้ในคำว่า อปาทา วา ฯเปฯ อคฺคมกฺขายติ (ไม่มีเท้าก็ตาม ฯลฯ กล่าวว่าเลิศ) นี้ ก็ฉันนั้น พึงทราบความหมายด้วยอำนาจ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka