Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 571

เล่ม มมร. 45 หน้า 571 ข้อ 270
จากนี้. บทว่า วิราคูปสเม ความว่า ที่คลายกำหนัดและที่สงบ. อธิบายว่า ที่เป็นเหตุคลายกำหนัดล่วงส่วนแห่งราคะทั้งหมด และที่เป็นเหตุสงบล่วงส่วน แห่งกิเลสทั้งมวล. บทว่า สุเข ความว่า ที่ชื่อว่าเป็นสุข เพราะพระธรรม เป็นเหตุสิ้นวัฏทุกข์ และเพราะพระธรรมเป็นเหตุแห่งความสุข เพราะระงับ สังขารทั้งหลาย. บทว่า อคฺคสฺมึ ทานํ ททตํ ความว่า ให้ทานอยู่ คือ บริจาคไทยธรรมอยู่ ในพระรัตนตรัยที่ล้ำเลิศ. บรรดารัตนะทั้ง ๓ เหล่านั้น เหล่าชนเมื่อบำรุงคือบูชาพระผู้มี- พระภาคเจ้า ผู้ยังทรงดำรงพระชนม์อยู่ ด้วยปัจจัยสี่ และบำรุงคือบูชาได้แก่ สักการะพระธาตุเจดีย์เป็นต้น อุทิศพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เสด็จปรินิพพาน แล้ว ชื่อว่า ถวายทานในพระพุทธเจ้า. บทว่า ธมฺมํ ปูเชสฺสาม ความว่า ชนเหล่าใดอุปฐากคือบูชา ได้แก่สักการะอยู่ซึ่งบุคคลทั้งหลายผู้ทรงธรรม ด้วยปัจจัยสี่ และเมื่อสร้างพระธรรมไว้ให้ดำรงอยู่ตลอดกาลนาน ชื่อว่า ให้ ทานในพระธรรม. เมื่ออุปฐากคือบูชา ได้แก่สักการะพระอริยสงฆ์อย่างนั้น ด้วยปัจจัย ๔ และปฏิบัติอย่างนั้น แม้ในภิกษุนอกจากนี้ อุทิศพระอริยสงฆ์นั้น ชื่อว่า ถวายทานในพระสงฆ์. บทว่า อคฺคํ ปุญฺํ ปวฑฺฒติ ความว่า เมื่อชนทั้งหลายมีใจ เลื่อมใสในพระรัตนตรัยอย่างนี้ ยังการบริจาคอย่างโอฬาร และการบูชา สักการะอย่างโอฬารให้เป็นไป เป็นอันก่อสร้างกุศลที่ล้ำเลิศคือ โอฬารทุก ๆ วัน . บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงความที่บุญนั้นเป็นของล้ำเลิศ เพราะมีผลเลิศ จึงตรัสคำมีอาทิไว้ว่า อคฺคํ อายุ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อคฺคํ อายุ ได้แก่ อายุทิพย์ (เทวดา) หรืออายุมนุษย์ที่ล้ำเลิศคือยืนที่สุด. บทว่า ปวฑฺฒติ ความว่า เพิ่มพูนสูง ๆ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka