Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 580

เล่ม มมร. 45 หน้า 580 ข้อ 271
โทรมแล้ว. บทว่า สามญฺตฺถํ ได้แก่ ทั้งพหูสูตในทางปฏิเวธ ทั้งพหูสูต ในทางปริยัติ. เพราะว่าคนเช่นนั้น ไม่สามารถจะได้ฟังเรื่องที่ยังไม่ได้ฟัง และ ยังเรื่องที่ได้ฟังแล้วให้แจ่มกระจ่าง เพราะเป็นผู้เกียจคร้าน. คนชั่วหมดสง่า เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า เสื่อมจากโภคะ คือคนไม่มีบุญ ได้แก่บุรุษกาลกรรณี. บทว่า ปริธํสมาโน ความว่า พินาศอยู่. บทว่า ปกิเรติ ความว่า เรี่ยราด คือ กระจัดกระจายไป. คำทั้งหมดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอา การไม่ เกิดขึ้นแห่งความเจริญ คือสามัญผลนั้นเอง. บทว่า ฉวาลาตํ วินสฺสติ ความว่า บุคคลนั้นคือชนิดนั้น จะไม่ประกอบประโยชน์ให้แก่ใคร ๆ เลย พินาศไปเหมือนดุ้นฟืนเผาศพดังที่กล่าวมาแล้ว เพราะเป็นผู้พลาดจากประโยชน์ ทั้ง ๒. ถึงจะไม่ได้ทำการละเมิดทางกายและวาจา แต่เมือไม่ชำระจิตให้สะอาด ก็พินาศ จะป่วยกล่าวไปไยถึงได้ทำการละเมิดทางกายและทางวาจาเล่า. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงโทษในความทุศีล โดยการทรง แสดงถึงส่วนแห่งทุกข์ในอบายของเขาแล้ว ด้วยคำว่า ทุสฺสีโล เมื่อทรงพระ ประสงค์ จะให้สัตว์ทั้งหลายสงัดจากโทษของความทุศีลนั้น จึงตรัสพระคาถา ไว้โดยนัยมีอาทิว่า กาสาวกณฺา ดังนี้. เนื้อความของพระคาถาทั้ง ๒ นั้น ได้กล่าวไว้แล้ว ในหนหลังที่เดียวแล. จบอรรถกถาชีวิตสูตรที่ ๒
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka