Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 610

เล่ม มมร. 45 หน้า 610 ข้อ 277
อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ธรรมิศร ชาวโลกขนาน พระนามว่า บดี เพราะความเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าโลกทั้งปวง. ภิกษุย่อมหลุดพ้น ด้วยอุบายนั้น เพราะเหตุนั้น อุบายนั้น จึงชื่อว่า โมกขะ อุบายเป็นเครื่อง หลุดพ้นของผู้ที่เป็นบดี อันพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงบัญญัติแล้ว เพราะ เหตุนั้น จึงชื่อว่า ปติโมกข์. ปติโมกข์นั่นเอง ก็คือ ปาติโมกข์. พระผู้มี- พระภาคเจ้าพระองค์นั้น ชื่อว่า เป็นบดี เพราะอรรถว่า สูงสุด โดยความ เป็นรากเง่าของคุณทั้งปวงด้วย ชื่อว่า โมกขะ เพราะอรรถว่าเป็นไปตามที่กล่าว แล้วด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ปติโมกข์. ปติโมกข์นั่นเอง ก็คือ ปาติโมกข์. สมดังคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า คำว่า ปาติโมกข์นี้ เป็นหัวหน้า คำว่า ปาติโมกข์นี้เป็นประธาน พึงทราบความพิสดารต่อไป. อีกอย่างหนึ่ง ป ศัพท์ ลงในอรรถว่า ปการะ. ศัพท์ อติ เป็น นิบาตใช้ในอรรถว่าเกินส่วน. เพราะฉะนั้น สังวร ชื่อว่า ปาติโมกข์ เพราะ อรรถว่า ยังสัตว์ให้พ้นเกินส่วน. โดยประการทั้งหลาย. ก็ศีลนี้ ตัวเอง ไปพร้อมกับสมาธิ ไปพร้อมกันกับปัญญาด้วยสามารถแห่งตทังคะ. ชื่อว่า ปาติโมกข์ เพราะยังสัตว์ให้พ้น คือหลุดพ้น เกินส่วน ด้วยสามารถวิกขัม- ภนปหาน และสมุจเฉทปหาน. ก็ศีลนั้นแหละ คือ พระปาติโมกข์. อีกอย่างหนึ่ง สังวร ชื่อว่า ปฏิโมกข์ เพราะอรรถว่า หลุดพ้น เฉพาะ ๆ. อธิบายว่า พ้นเฉพาะ คือเป็นส่วน ๆ จากโทษที่จะพึงล่วงละเมิด นั้น ๆ. ปฏิโมกข์ ก็คือ ปาฏิโมกข์. อีกอย่างหนึ่ง พระนิพพาน ชื่อว่า โมกขะ. สังวร ชื่อว่า ปฏิโมกข์ เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องพ้นเฉพาะ คือ เป็นเหมือนรูปเปรียบแห่งโมกขะนั้น. อธิบายว่า ปาฏิโมกขสีลสังวร ย่อม เป็นเหมือนพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ และธรรมที่มีส่วนเปรียบด้วยโมกขธรรม นั้น อันเป็นแดนอุทัยแห่งพระนิพพาน เพราะยังกิเลสให้ดับตามสมควร เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า ปฏิโมกข์. ปฏิโมกข์นั้นแหละ คือ ปาฏิโมกข์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka