Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 659

เล่ม มมร. 45 หน้า 659 ข้อ 284
เป็นนักปราชญ์ ผู้มีจักษุ ผู้ละข้าศึก คือ กิเลส ประกาศพระสัทธรรมยังสัตวโลก ให้สว่าง แล้วรู้โดยชอบซึ่งความสิ้นไป แต่งชาติด้วยปัญญาอันยิ่ง ย่อมไม่มาสู่ ภพใหม่. จบสีลสูตรที่ ๕ อรรถกถาสีลสูตร ในสีลสูตรที่ ๕ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ในบทว่า สีลสมฺปนฺนา นี้มีอธิบายว่า โลกิยศีลและโลกุตรศีลของ พระขีณาสพทั้งหลาย ชื่อว่า ศีล. ภิกษุทั้งหลายชื่อว่า สมบูรณ์ด้วยศีล เพราะ หมายความว่า สมบูรณ์คือประกอบด้วยศีลนั้น ๆ. แม้ในสมาธิและปัญญา มีนัย นี้แล. ส่วนวิมุตติ ได้แก่ผลวิมุตตินั่นแล. วิมุตติญาณทัสสนะ ได้แก่ ปัจจเวกขณญาณ. ในอธิการนี้ ธรรม ๓ มีศีล เป็นต้น เป็นทั้งโลกิยะ และโลกุตระ. วิมุตติเป็นโลกุตระอย่างเดียว วิมุตติญาณทัสสนะ เป็นโลกิยะ อย่างเดียว. ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่า ผู้กล่าวสอน เพราะหมายความว่า กล่าวสอน คือ พร่ำสอนบุคคลเหล่าอื่น ด้วยทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ สัมปรายิกกัตถประโยชน์ และปรมัตถประโยชน์ตามควร. บทว่า วิฺาปกา ได้แก่ช่วยบุคคลเหล่าอื่น ให้เข้าใจกรรมและผลของกรรม. อนึ่ง ในบทว่า วิญฺาปกา นั้น มีอธิบายว่า ช่วยบุคคลเหล่าอื่นให้เข้าใจ คือให้รู้ซึ่งธรรมทั้งหลาย ด้วยนัย ๓ อย่าง ตาม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka