ผู้มีปกติเป็นอยู่โดยธรรม เพราะละมิจฉาชีพแล้วเลี้ยงชีวิตโดยธรรม คือ ด้วย
ญายธรรม เพราะนำอัตภาพไปด้วยธรรม คือ ด้วยญายธรรมบ้าง เพราะ
เป็นอยู่ด้วยผลธรรมอันเลิศ เนื่องจากมากด้วยสมาบัติบ้าง. ในบทนี้มีความย่อ
ดังนี้ว่า การเห็นพระอริยเจ้าทั้งหลายผู้อบรมตนแล้ว ผู้สำเร็จสมาธิภาวนาและ
ปัญญาภาวนาแล้ว ผู้ชื่อว่า เป็นอยู่โดยธรรม เพราะการอบรมตนและสำเร็จ
ภาวนานั้นนั่นเอง. ชื่อว่า เป็นเหตุแห่งปีติและปราโมทย์โดยส่วนเดียวเท่านั้น
สำหรับบุคคลผู้มีปัญญารู้แจ้ง เพราะเป็นเหตุแห่งความบริบูรณ์ แห่งคุณทั้งหลาย
มีศีลเป็นต้น ซึ่งมีความไม่เดือดร้อนเป็นนิมิต.
บัดนี้ เพื่อแสดงความที่การเห็นพระอริยเจ้าทั้งหลายนั้นเป็นเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสสองคาถาท้ายว่า เต โชตยนฺติ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เต ได้แก่ พระอริยเจ้าเหล่านั้น ผู้อบรม
ตนแล้ว มีปกติอยู่โดยธรรม. บทว่า โชตยนฺติ ได้แก่ ทำให้ปรากฏ. บทว่า
ภาสยนฺติ ได้แก่ ทำโลกให้สว่างด้วยแสงสว่างแห่งพระสัทธรรม. อธิบายว่า
แสดงธรรม. บทว่า เยสํ ได้แก่ พระอริยเจ้าเหล่าใด. บทว่า สาสนํ
ได้แก่ โอวาท. บทว่า สมฺมทญฺาย ได้แก่ รู้โดยชอบทีเดียวด้วยญาณ
อันเป็นส่วนเบื้องต้น. บทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วแล.
จบอรรถกถาสีลสูตรที่ ๕