ความคล้ายคลึงกันแห่งกระแสตัณหาโดยอาการ ๔ อย่าง คือ โดยการหลั่งไหล
ออกมาตามลำดับ ๑ โดยการไหลทะยอยกัน ไปไม่ขาด ๑ โดยเป็นเหตุให้จมลง
๑ โดยข้ามได้โดยยาก ๑. อุปมาเสมือนหนึ่งว่า เมื่อมหาเมฆเบื้องบนหลั่งฝนลง
มา น้ำจะเต็มลำธารละหานห้วย เคลื่อนจากลำธารเป็นต้นนั้นแล้ว ก็จะเต็มหนอง
เคลื่อนจากหนองนั้นแล้ว ก็จะเต็มลำน้ำน้อย (คลอง) จากลำน้ำน้อยนั้น ก็จะ
ไหลเข้าสู่ลำน้ำใหญ่ กลายเป็นห้วงน้ำห้วงเดียวไหลไป ชาวโลกเรียกว่า นทีโสต
(กระแสน้ำ) ฉันใด ความโลภในอารมณ์ทั้งหลาย มีรูปเป็นต้น มีประเภท
เป็นอเนก ด้วยสามารถแห่งอารมณ์ที่มีอยู่ในภายในและภายนอกเป็นต้น
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เกิดขึ้นแล้วก็ถึงความเจริญยิ่งขึ้น ตามลำดับ พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า กระแสตัณหา. อนึ่ง กระแสน้ำตั้งแต่ไหลมาจนถึง
ตกสมุทร เมื่อไม่มีปัจจัยที่จะให้มันขาด ก็จะยังไม่ขาด ไหลติดต่อกันไปตาม
ลำดับ ฉันใด แม้กระแสตัณหาก็เช่นนั้น เหมือนกัน เริ่มต้นแต่ไหลมา เมื่อ
ไม่มีปัจจัยที่จะให้มันขาด ก็จะไม่ขาดลง จะมุ่งหน้าสู่สมุทร คืออบายไหลไป
โดยไหลทะยอยกันไปไม่ขาด. แต่กระแสน้ำจะให้สัตว์ที่ตกลงไปภายในกระแส
จมลง ไม่ให้โผล่ศีรษะขึ้นมาได้ ให้ถึงความตายบ้าง ความทุกข์ปางตายบ้าง
ฉันใด ถึงกระแสตัณหาก็ฉันนั้น จะให้สัตว์ผู้ตกลงไปภายในกระแสของตน
จมลงไป ไม่ไห้โผล่ศีรษะขึ้นมาได้ ให้ถึงความตายบ้าง ความทุกข์ปางตายบ้าง
โดยการตัดรากกุศลธรรมให้ขาดไป และโดยการเข้าไปสู่สังกิเลสธรรม.
อนึ่ง กระแสของแม่น้ำไหลไปอยู่ โดยความเป็นห้วงมหรรณพ ชื่อว่า
ข้ามได้โดยยาก เพราะ (ผู้จะข้าม) ต้องอาศัยชายฉลาด เพื่อผูกแพหรือต่อเรือ
และเพื่อนำส่ง สร้างอัธยาศัย (ความตั้งใจ) เพื่อจะไปฝั่งนอกแล้ว ทำความ
พยายามที่เกิดจากอัธยาศัยนั้น จึงข้ามไปได้ไม่ใช่คนพอดีพอร้าย ก็ข้ามไปได้
ฉันใด แม้กระแสตัณหาที่เป็นเหมือนห้วงน้ำคือกาม และห้วงน้ำคือภพก็ฉันนั้น