Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 692

เล่ม มมร. 45 หน้า 692 ข้อ 289
แต่ในทางศาสนา สถานที่ประชุมกัน เรียกว่า อายตนะ เช่น ในคาถา ทั้งหลายมีอาทิว่า นกทั้งหลาย ประชุมกันในที่อันเป็น ที่รื่นรมย์ใจ. ถิ่นกำเนิด เรียกว่าอายตนะ เช่นโนประโยคทั้งหลายมีอาทิว่า ทักขิณาบถ เป็นที่กำเนิดของโคทั้งหลาย. เหตุเรียกว่าอายตนะ เช่นในประโยคทั้งหลาย มีอาทิว่า เขาถึงภาวะที่จะต้องศึกษาในที่นั้น ๆ นั่นแหละ เมื่อมีเหตุ (ที่สมควร). อนึ่ง ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น ๆ อาศัยอยู่ที่จักขุทวารเป็นต้น เพราะ มีพฤติกรรมเกี่ยวเนื่องกับจักขุทวารเป็นต้นนั้น เพราะเหตุนั้น จักขุทวารเป็น ต้นนั้น จึงชื่อว่า เป็นสถานที่อยู่อาศัยของธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น. และ ธรรมเหล่านั้นกลาดเกลื่อนอยู่ในจักขุทวารเป็นต้นเหล่านั้น เพราะอาศัยจักขุ- ทวารเป็นต้นนั้น เพราะเหตุนั้น จักขุทวารเป็นต้นจึงชื่อว่าเป็นบ่อเกิดของธรรม เหล่านั้น. อายตนะชื่อว่าเป็นสถานที่ชุมนุม เพราะเป็นที่มารวมกัน (แห่งธรรม ทั้งหลาย) ในจักขุทวารเป็นต้นนั้น โดยเป็นที่ตั้งและเป็นประตู และชื่อว่า เป็นถิ่นกำเนิด เพราะธรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นที่จักขุทวารเป็นต้นนั้นนั่นเอง โดยเป็นที่อาศัยของธรรมเหล่านั้น ทั้งชื่อว่าเป็นเหตุ เพราะเมื่อจักษุเป็นต้น ไม่มี ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้นก็ไม่มี จึงเป็นอันว่า จักขุทวารเป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า อายตนะ เพราะเหตุเหล่านี้คือ เพราะหมาย ความว่า เป็นสถานที่อยู่อาศัย ๑ เพราะหมายความว่า เป็นบ่อเกิด ๑ เพราะ หมายความว่า เป็นสถานที่ชุมนุม ๑ เพราะหมายความว่า เป็นถิ่นกำเนิด ๑ เพราะหมายความว่า เป็นเหตุ ๑. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส ว่า คำว่า อายตนานํ นี้ เป็นชื่อของอายตนะภายในทั้ง ๖ ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka