Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 29

เล่ม มมร. 4 หน้า 29 ข้อ 184 185 186
[๑๘๔] บุคคลควรกล่าวแต่ถ้อยคำ เป็นที่จำเริญใจ ไม่ควรกล่าวถ้อยคำอันไม่ เป็นที่จำเริญใจ ในกาลไหน ๆ เพราะเมื่อ พราหมณ์กล่าวถ้อยคำเป็นที่จำเริญใจ โคถึก นันทิวิสาลได้ลากเกวียนหนักไป ยังพราหมณ์ นั้นให้ได้ทรัพย์ และได้ดีใจเพราะพราหมณ์ ได้ทรัพย์โดยการกระทำของตนนั้นแล. [๑๘๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งนั้น คำด่า คำสบประมาทก็ มิได้เป็นที่พอใจของเรา ไฉน ในบัดนี้ คำด่า คำสบประมาท จักเป็นที่ พอใจเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว . . . ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้น แสดงอย่างนี้ว่า ดังนี้:- พระบัญญัติ ๕๑.๒. เป็นปาจิตตีย์ ในเพราะโอมสวาท. เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ สิกขาบทวิภังค์ [๑๘๖] ที่ชื่อว่า โอมสวาท ได้แก่คำพูดเสียดแทงให้เจ็บใจด้วย อาการ ๑๐ อย่าง คือ ชาติ ๑ ชื่อ ๑ โคตร ๑ การงาน ๑ ศิลป ๑ โรค ๑ รูปพรรณ ๑ กิเลส ๑ อาบัติ ๑ คำด่า ๑.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka