Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 737

เล่ม มมร. 45 หน้า 737 ข้อ 293
เหมือนผลมะขามป้อมในอุ้งมือ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ทสะ (ผู้ทรงเห็น). พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระหามว่า วสวัตดี เพราะทรงให้สัตว์ทั้งหลาย เป็นไปในอำนาจ ด้วยการทรงทราบอาสยะเป็นต้น (ของเขา) ไม่มีผิดพลาด และด้วยการทรงนำเขาให้เข้าไปหาประโยชน์เกื้อกูล ทรงให้สังขารทั้งหลายเป็น ไปในอำนาจ ด้วยสามารถแห่งการนำไปสู่ความเป็นอย่างอื่นตามภาวะ (ทรง- บังคับพระกายได้) ทรงยังสมาบัติและจิตให้เป็นไปในอำนาจ เพราะทรง ประพฤติมาจนชำนาญ โดยอาการทุกอย่าง ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระ ภาคเจ้า ชื่อว่า ทรงแสดงความที่พระองค์ทรงเป็นพระตถาคต เพราะความ หมายว่าทรงครอบงำ. (สัตว์). ในข้อนั้น พึงทราบบทสำเร็จรูป ดังต่อไปนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงเป็นเสมือนมียาขนานวิเศษ จึงทรงพระนามว่า อคทะ ก็ยาขนานวิเศษ นั้น ได้แก่อะไร ? ได้แก่ ความงามแห่งพระธรรมเทศนา และความหนาแน่น แห่งบุญ. อธิบายว่า ด้วยเหตุนั้นนั่นเอง พระผู้มีพระภาคเจ้า นั่นจึงทรง มีพุทธานุภาพมาก ทรงครอบงำผู้ใส่ร้ายทุกคนและสัตวโลกพร้อมทั้งเทวโลก ได้เหมือนหมองู ปราบงูด้วยยาทิพย์ ฉะนั้น. ยาขนานวิเศษ คือ ความงาม แห่งพระธรรมเทศนาและความหมายแน่นแห่งบุญ ที่เป็นยาขนานที่แท้ คือไม่ ปลอม ในการทรงครอบงำ (รักษา) สัตวโลกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมี อยู่ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น พึงทราบว่า ทรงพระนามว่า ตถาคต โดยแปลงอักษร ท. ให้เป็นอักษร ต. ด้วยประการดังนี้. ด้วยเหตุ นั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระตถาคต ครอบงำสัตวโลก พร้อมทั้งเทวโลก ฯลฯ ยังอำนาจให้เป็นไป เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกว่า พระตถาคต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka