Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 33

เล่ม มมร. 4 หน้า 33 ข้อ 198 199 200
คนจักสาน ว่าเป็นชาติพราน ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง ว่าเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำพูด. พูดกดให้เลวกระทบชาติ [๑๙๘] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชาติ ทราม คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดกษัตริย์ . . . กำเนิดพราหมณ์ ว่าเป็นชาติ คนจัณฑาล ว่าเป็นชาติคนจักสาน ว่าเป็นชาติพราน ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง ว่าเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำพูด. พูดประชดกระทบชาติ [๑๙๙] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดทราม ด้วยกล่าวกระทบชาติ อุกฤษฎ์ คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดคนจัณฑาล . . .กำเนิดคนจักสาน. . .กำเนิด พราน. . .กำเนิดคนช่างหนัง. . .กำเนิดคนเทดอกไม้ ว่าเป็นชาติกษัตริย์ ว่า เป็นชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำพูด. พูดยกยอกระทบชาติ [๒๐๐] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดอุกฤษฎ์ ด้วยกล่าวกระทบชาติ อุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดกษัตริย์. . . กำเนิดพราหมณ์ ว่าเป็นชาติ กษัตริย์ ว่าเป็นชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำพูด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka