Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 46 หน้าที่ 222

เล่ม มมร. 46 หน้า 222 ข้อ 296
ที่เหลือทั้งหลาย มีอธิบายว่า ตัดตัณหาราคะได้แล้ว ก็ความเยื่อใยนั่นแล เรียกว่า โทษ คือ ความเยื่อใย. บทที่เหลือ มีนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล. อาวรณคาถาวัณณนา จบบริบูรณ์ คาถาที่ ๓๓ คาถาว่า วิปิฏฺิกตฺวาน ดังนี้ มีอุบัติอย่างไร ? ได้ยินว่า พระราชาพระองค์หนึ่งในกรุงพาราณสี ทรงได้จตุตถฌาน ท้าวเธอทรงสละราชสมบัติ เพื่อทรงตามรักษาฌาน ทรงผนวช เจริญวิปัสสนา อยู่ ทรงทำให้แจ้ง ซึ่งปัจเจกโพธิญาณ เมื่อจะทรงแสดงสัมปทาแห่งการ ปฏิบัติของพระองค์ จึงตรัสอุทานคาถานี้ว่า วิปัฏฺิกตฺวาน สุขํ ทุกฺขญฺจ ปุพฺเพว จ โสมนสฺสโทมนสฺสํ ลทฺธานุเปกฺขํ สมถํ วิสุทฺธํ เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป บุคคลละสุข ทุกข์ โสมนัส และ โทมนัสในก่อนได้ ได้อุเบกขา และสมถะ อันบริสุทธิ์แล้ว พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือน นอแรด ฉะนั้น ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า วิปิฏฺิกตฺวาร ความว่า ทำไว้ข้างหลัง คือ ทิ้งแล้ว สละแล้ว. บทว่า สุขํ ทุกฺขญฺจ ได้แก่ ความสำราญทางกาย และความไม่สำราญทางกาย. บทว่า โสมนสฺสโทมนสฺสํ ได้แก่ ความ สำราญทางใจและความไม่สำราญทางใจ. บทว่า อุเปกฺขํ ได้แก่ อุเบกขาใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka