บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คาถาภิคีตํ ได้แก่ ที่ขับกล่อมด้วยคาถา
ทั้งหลาย. อธิบายว่า กล่าวคาถาทั้งหลายแล้วได้มา. บทว่า เม ได้แก่ มยา
อันเรา. บทว่า อโภชเนยฺยํ ความว่า ไม่ควรบริโภค. บทว่า สมฺปสฺสตํ
ความว่า ผู้เห็นอยู่ซึ่งอาชีวปาริสุทธิโดยชอบ หรือผู้เห็นอยู่โดยรอบ ชื่อว่า
ผู้เห็นอยู่โดยชอบ อธิบายว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย. บทว่า เนส ธมฺโม
ความว่า ข้อว่า เราควรบริโภคโภชนะที่ขับกล่อมได้มา นี้ไม่ใช่ธรรม คือ
นั่นไม่ใช่จารีต. เพราะเหตุไร ? เพราะพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมทรงห้าม
โภชนะที่ขับกล่อมได้มา คือ ย่อมทรงปฏิเสธ ย่อมไม่ทรงเสวย.
ถามว่า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงขับคาถาเพื่อข้าวปายาส ซึ่งเป็นเหตุ
ให้ตรัสอย่างนี้หรือ ?
ตอบว่า พระองค์ไม่ทรงขับคาถาเพื่อประโยชน์แก่ข้าวปายาสนั้น แต่
โดยที่แท้แล้ว โภชนะที่พระองค์ประทับยืนที่ใกล้นาแต่เช้าตรู่ ไม่ทรงได้แม้
ภิกษาทัพพีหนึ่งแล้ว ประกาศคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวงได้มานี้นั้น เป็นเช่น
กับโภชนะที่นักขับร้องและนักฟ้อนรำทั้งหลาย ฟ้อนและขับร้องได้มา เพราะ
ฉะนั้น จึงตรัสว่า ที่ขับกล่อมได้มา. ก็โภชนะเช่นนั้นย่อมไม่ควรแก่พระ-
พุทธเจ้าทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่า เราไม่ควรบริโภคโภชนะ. ก็
โภชนะนั้นไม่สมควรแก่ความเป็นผู้ปรารถนาน้อย แม้เพราะเหตุนั้น พระผู้มี
พระภาคเจ้าเมื่อจะทรงอนุเคราะห์อนุชนรุ่นหลัง จึงตรัสว่า เราไม่ควรบริโภค
โภชนะที่ขับกล่อมได้มานั่น. และพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงปฏิเสธลาภที่เกิดขึ้น
ด้วยคุณของตน แม้อันคนอื่นประกาศแล้ว ณ ที่ใด ๆ เหมือนฆฏิการ บุตร
ช่างหม้อผู้มีความปรารถนาน้อย ฉะนั้น.