Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 46 หน้าที่ 436

เล่ม มมร. 46 หน้า 436 ข้อ 309
ก้าวไปในธรรมเป็นเครื่องอยู่ตั้งร้อย ๆ อย่าง อันเป็นทางแห่งพระอรหันต์ทั้ง- หลาย ผู้เป็นวิสุทธิเทพ. ชื่อว่า ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่ เพราะทรงแสวงหา คุณทั้งหลายอันใหญ่. ในคาถาที่ ๒ เหมวตยักษ์ได้แสดงขยายนิปฺณัตถทัสสิศัพท์อีก เพราะ ทำอธิบายว่า ตนปรารภความชมเชย โดยปริยายอื่น อีกอย่างหนึ่ง อธิบายว่า ผู้ทรงแสดงเนื้อความละเอียด. บทว่า ปญฺาททํ ได้แก่ ผู้ทรงให้ปัญญา เพราะตรัสข้อปฏิบัติ อันเป็นไปเพื่อได้ปัญญา. บทว่า กามาลเย อสตฺตํ ได้แก่ ไม่ข้องแล้ว ในอาลัย ๒ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งตัณหาและทิฏฐิในกามทั้งหลาย. บทว่า สพฺพวิทุํ ได้แก่ ทรงรู้ธรรมทั้งปวง มีอธิบายว่า ทรงเป็น พระสัพพัญญู. บทว่า สุเมธํ ความว่า ทรงถึงพร้อมด้วยพระเมธา กล่าวคือบารมี- ปัญญา อันเป็นทางแห่งความเป็นพระสัพพัญญูนั้น. บทว่า อริเย ปเถ ความว่า ในมรรคอันประกอบด้วยองค์แปด หรือ ในผลสมาบัติ. บทว่า กมมานํ ได้แก่ ทรงหยั่งลงด้วยพระปัญญา คือ ทรงก้าว ไป เพราะทรงรู้ลักษณะแห่งมรรคแล้วทรงแสดง หรือ พึงก้าวไปด้วยกำลัง แห่งการก้าวไป กล่าวคือ มรรคภาวนา ๔ อย่าง เพราะทรงเข้าผลสมาบัติได้ ทุก ๆ ขณะ. บทว่า สุทิฏฺํ วต โน อชฺช ความว่า วันนี้ เราทั้งหลายเห็น ดีแล้ว อธิบายว่า การเห็น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka