Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 149

เล่ม มมร. 47 หน้า 149 ข้อ 318
บุคคลไม่พึงเห็น ไม่พึงฟังคนพาล และไม่พึงอยู่ร่วมกับคนพาล ไม่ควรสนทนา ปราศรัยกับคนพาล และไม่ควรพอใจการ สนทนาปราศรัยกับคนพาล (ท้าวสักกะตรัสถามว่า) ดูก่อนกัสสปะ คนพาลได้ทำอะไร ให้แก่ท่านแลหรือ ท่านจงบอกถึงเหตุ ดู ก่อนกัสสปะ เพราะเหตุไร ท่านจึงชมต้อง การเห็นคนพาล (อกิตติดาบสตอบว่า) (เพราะ) คนพาลมีปัญญาทราม ย่อม แนะนำสิ่งที่ไม่ควรแนะนำ ย่อมประกอบใน สิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำในทางที่ผิด ๆ เป็นความประเสริฐ (ของคนพาล) คนพาล แม้เขาพูดดี ๆ ก็โกรธ คนพาลนั้นย่อมไม่รู้ จักอุบายเครื่องแนะนำ การไม่เห็นคนพาล นั้นเสียได้เป็นการดี. พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงติเตียนการคบคนพาลโดยประการทั้งปวง อย่างนี้แล้ว จึงตรัสว่า การไม่คบพวกคนพาลเป็นมงคล บัดนี้เมื่อจะตรัส สรรเสริญการคบบัณฑิตจึงตรัส ปณฺฑิตานณฺจ เสวนา ว่าเป็นมงคล. สัตว์ทั้งหลายที่ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ มีปาณาติบาตเป็นต้น จำพวกใดจำพวกหนึ่งชื่อว่า บัณฑิต ในบรรดาการคบคนพาลและบัณฑิตทั้ง สองนั้น บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้น จะพึงทราบได้โดยอาการ ๓ อย่าง ดังที่ตรัส
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka