Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 186

เล่ม มมร. 47 หน้า 186 ข้อ 318
บริภาษนั้น ข้าพระองค์จักคิดอย่างนี้ว่า ดีหนอ ที่มนุษย์เมืองสุนาปรันตกะ ฯลฯ ดีทีเดียวหนอ ที่พวกมนุษย์ชาวสุนาปรันตกะเหล่านี้ไม่ใช้ฝ่ามือประหารข้าพระ- องค์ดังนี้เป็นต้น และอธิวาสนขันติที่ภิกษุประกอบแล้ว เป็นผู้ที่แม้ฤาษีทั้งหลาย พึงสรรเสริญ ดังที่สรภังคฤาษีกล่าวไว้ว่า บุคคลฆ่าความโกรธเสียได้ จะไม่ เศร้าโศกในกาลไหน ๆ ฤาษีทั้งหลายสรร- เสริญการละความลบหลู่ ท่านทั้งหลายจง อดทนคำหยาบคายที่คนทั้งปวงกล่าวแล้ว สัปบุรุษทั้งหลายกล่าวขันตินี้ว่าสูงสุด ดังนี้. ภิกษุเช่นนั้นแม้เทวดาทั้งหลายก็สรรเสริญ ดังที่ท้าวสักกะจอมเทพ ตรัสไว้ว่า ผู้ใดแล เป็นคนมีกำลัง อดกลั้นต่อ คนผู้ทรุพลไว้ ความอดกลั้นของบุคคลนั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นขันติอย่างยิ่ง เพราะคนทุรพลต้องอดทนอยู่เป็นนิตย์.๑ ผู้ที่มีความอดทนแม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายก็ตรัสสรรเสริญ ดังที่พระ ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ผู้ใดไม่โกรธไม่ประทุษร้าย ย่อมอด กลั้นต่อการฆ่าและการจองจำ เราเรียกผู้นั้น ซึ่งมีขันติเป็นพลัง ผู้มีพลังเป็นเสนา ว่า เป็นพราหมณ์. ๑. สัง. สคาถวรรค ๑๕/ ข้อ ๘๗๕.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka