Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 340

เล่ม มมร. 47 หน้า 340 ข้อ 331
ทำสะพานแย่งน้ำกัน ด่ากันถึงชาติว่า เจ้าพวกวายร้าย ราชตระกูลของพวกเจ้า สมสู่อยู่ร่วมกันกับพวกน้อง ๆ ดุจสัตว์ดิรัจฉาน มีไก่ สุนัข สุนัขจิ้งจอกเป็น ต้น ราชตระกูลของพวกเจ้าสมสู่กันที่โพรงไม้ดุจพวกปีศาจ แล้วพากันไป กราบทูลพระราชาของตน ๆ. พระราชาเหล่านั้นทรงพิโรธเตรียมรบไปเผชิญ หน้ากันที่ฝั่งแม่น้ำโรหินี. กำลังพลได้ตั้งอยู่เช่นกับสงคราม. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า พวกพระญาติทะเลาะกันเรา จะต้องไปห้าม จึงเสด็จมาทางอากาศประทับยืน ณ ท่ามกลางเสนาทั้งสอง. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรำพึงถึงพระญาติทะเลาะกัน ได้เสด็จมาจากกรุงสาวัตถี. ก็แลครั้นประทับยืนอยู่ได้ตรัสอัตตทัณฑสูตร. กษัตริย์ทั้งหมดครั้นทรงสดับดังนั้นทรงเกิดความสังเวช ทิ้งอาวุธพากันยืน นมัสการพระผู้มีพระภาคเจ้า และรับสั่งให้ปูอาสนะอันสูงกว่า. พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าเสด็จลงมาประทับนั่ง ณ อาสนะที่เขาปูไว้ ตรัสผันทนชาดกมีอาทิว่า กุารีหตฺโถ ปุริโส แปลว่า บุรุษ ถือ ผึ่ง, ตรัส ลฏุกิกชาดก มีอาทิว่า วนฺทามิ ตํ กุญฺชรํ แปลว่า ข้าพเจ้าขอไหว้กุญชรนั้นและตรัส วัฏฏกชาดกนี้ว่า สมฺโมทมานา คจฺฉนฺติ ชาลมาทาย ปกฺขิโน ยทา เต วิวทิสฺสนฺติ ตทา เอหินฺติ เมวสํ. นกทั้งหลายพร้อมใจกัน ย่อมพาตา- ข่ายไปได้ เมื่อใดพวกมันทะเลาะกัน เมื่อนั้น มันจะอยู่ในอำนาจของเรา. ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka