แก่เทวดาทั้งหลาย. ม อักษรในบทว่า ยญฺมกปฺปยึสุ เป็นบทสนธิ.
บทว่า อกปฺปยึสุ ได้แก่ จัดแจงแล้ว คือ ได้ทำแล้ว. บทว่า ปุถู คือ
มาก มีประการไม่น้อยอันต่างด้วยข้าวและน้ำเป็นต้น. พราหมณ์ถามด้วยความ
ประสงค์นี้ว่า ฤๅษี มนุษย์ กษัตริย์และพราหมณ์เป็นอันมากอาศัยอะไร ได้
กำหนดยัญไว้ คือกรรมนั้นจะสำเร็จแก่พวกเขาได้อย่างไร.
ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่พราหมณ์
จึงตรัสสองบทที่เหลือนี้ว่า ยทนฺตคู เวทคู ยญฺกาเล ยสฺสาหุตึ ลเภ
ตสฺสิชฺเฌติ พฺรูมิ เราขอบอกว่า ผู้ถึงที่สุดทุกข์ ถึงที่สุดเวท จะพึงได้เครื่อง
บูชาในเมื่ออาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ใดเข้าไปตั้งไว้ในกาลแห่งยัญ ยัญกรรม
ของผู้นั้นพึงสำเร็จ.
ในบทเหล่านั้นบทว่า ยทนฺตคู แปลว่า ผู้ถึงที่สุดแห่งทุกข์. แผลง อ
อักษรแห่ง โอ อักษรเป็น ท อักษรดุจ ม อักษรในบทมีอาทิว่า อสาธารณ-
มญฺเสํ ขุมทรัพย์ไม่ทั่วไปแก่คนอื่น. อธิบายว่า เราขอบอกว่าผู้ใดชื่อว่าถึงที่
สุดแห่งทุกข์ เพราะถึงที่สุดแห่งวัฏทุกข์ด้วยปริญญา ๓ และชื่อว่าถึงที่สุดแห่ง
เวท เพราะทำลายกิเลสด้วยเวทคือมรรคญาณ ๔ แล้วถึงที่สุด. ผู้นั้นพึงได้เครื่อง
บูชาในเมื่ออาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่สุด แม้ใบไม้ รากไม้และผลไม้ในป่า
เข้าไปตั้งไว้ในกาลแห่งยัญของฤาษี มนุษย์ กษัตริย์และพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง
คือ พึงได้ไทยธรรมไร ๆ จากเครื่องบูชานั้น ยัญกรรมของผู้นั้นพึงสำเร็จ พึง
สำเร็จด้วยดี คือ พึงมีผลมาก ดังนี้.
ลำดับนั้น พราหมณ์ฟังเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าสมบูรณ์ด้วย
ปรมัตถธรรมอันลึกซึ้ง เสียงอันไพเราะยิ่ง และเสียงไม่วิการ สรรเสริญความ