Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 592

เล่ม มมร. 47 หน้า 592 ข้อ 383
บทว่า คมฺภีรปญฺํ ผู้มีปัญญาลึกซึ้ง อธิบายว่า เรากล่าวผู้ประกอบ ด้วยปัญญาอันเป็นไปในขันธ์เป็นต้นอันลึกซึ้ง ผู้มีปัญญา ด้วยปัญญามีโอชะ เกิดแต่ธรรม ผู้ฉลาดในทางและมิใช่ทางอย่างนี้ว่า นี้เป็นทางแห่งทุคติ นี้เป็น ทางแห่งสุคตินี้เป็นทางแห่งนิพพาน นี้มิใช่ทางดังนี้ ผู้บรรลุประโยชน์อันสูงสุด คือพระอรหัตว่า เป็นพราหมณ์. บทว่า อสํสฏฺํ ผู้ไม่เกี่ยวข้อง อธิบายว่า เรากล่าวผู้ไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องทางกายด้วยการเห็น การฟัง การสนทนา การบริโภค ไม่เกี่ยวข้องด้วยบุคคล ๒ จำพวก คือ คฤหัสถ์และบรรพชิต. ไม่มีความอาลัย เที่ยวไป ผู้เห็นปานนั้นว่า เป็นพราหมณ์. บทว่า นิธาย วาง คือ วางลง คือ ปลงลง. บทว่า ตเสสุ ถาวเรสุ จ ทั้งผู้สะดุ้ง ทั้งผู้มั่นคง คือ ชื่อว่าผู้สะดุ้ง เพราะมีตัณหา ชื่อว่าผู้มั่นคง เพราะเป็นผู้มั่นคงโดยไม่มีตัณหา. บทว่า โย น หนติ ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ความ ว่า ผู้ใดวางอาชญาแล้วเพราะปราศจากความแค้นเคืองในสัตว์ทั้งปวงอย่างนี้ ไม่ฆ่าสัตว์ไร ๆ ด้วยตนเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า เรากล่าวผู้นั้นว่า เป็นพราหมณ์. บทว่า อวิรุทฺธํ ไม่ปองร้าย อธิบายว่า เรากล่าวผู้ไม่ปองร้ายเพราะ ไม่มีความอาฆาตในโลกิยมหาชน แม้เขาปองร้ายด้วยความอาฆาต ผู้ดับคือ วางอาชญาเสียได้ในชนทั้งหลายผู้มีอาชญาในตน เพราะไม่เว้นจากการให้ประ- หารคนอื่น เมื่อไม่มีไม้หรือศัสตราในมือ ผู้ไม่ยึดถือเพราะไม่มีความยึดถือใน ผู้ที่ไม่ความยึดถือ เพราะยึดถือในขันธ์ ๕ ว่า เรา ของเราดังนี้ ผู้เห็นปานนั้น ว่า เป็นพราหมณ์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka