Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 644

เล่ม มมร. 47 หน้า 644 ข้อ 389
อธิบายว่า นาลกดาบสกล่าวว่า อสิตฤษีรู้ว่าพระกุมารนี้จักบรรลุทางแห่งสัม- โพธิญาณได้บอกกะข้าพระองค์ว่าท่านจงฟังประกาศว่า พุทฺโธ ในกาลข้างหน้า ผู้บรรลุสัมโพธิญาณย่อมประพฤติมรรคธรรมดังนี้ วันนี้ข้าพระองค์ได้รู้ตามคำ ของอสิตฤษีว่า คำนั้นเป็นคำจริง เพราะเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพยาน. บทว่า ตํ ตํ คือเพราะฉะนั้น. บทว่า สพฺพธมฺมานํ ปารคุํ พระองค์ ผู้ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง ความว่า ผู้ถึงฝั่งแห่งธรรมโดยอาการ ๖ ตามนัยที่ ได้กล่าวแล้วในเหมวตสูตร. บทว่า อนาคาริยุเปตสฺส ตัดบทเป็น อนาคาริยํ อุเปตสฺส คือออกบวช. อธิบายว่า บรรพชิต. บทว่า ภิกฺขาจริยํ ชิคึสโต แสวงหาการเที่ยวไปเพื่อภิกษา คือ แสวงหาภิกขาจารอันไม่เศร้าหมองที่พระ- อริยเจ้าประพฤติสืบต่อกันมาแล้ว. บทว่า โมเนยฺยํ ได้แก่ เป็นของพระมุนี. บทว่า อุตฺตมํ ปทํ คือปฏิปทาอันสูงสุด. บทที่เหลือในคาถานี้ ปรากฏชัด อยู่แล้ว. เมื่อนาลกดาบสได้กราบทูลถามอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าจึง ทรงพยากรณ์โมเนยยปฏิปทาแก่นาลกดาบสนั้นโดยนัยมีอาทิว่า โมเนยฺยํ เต อุปญฺิสฺสํ เราจักบัญญัติปฏิปทาของมุนีแก่เธอ ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า อุปญฺิสฺสํ คือเราพึงบัญญัติ อธิบายว่า พึงแนะนำ พึงให้รู้ทั่วถึง. บทว่า ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวํ ท่านอธิบายว่า ทำได้ยากทำให้เกิดความยินดีได้ยาก.ในบทนี้มีอธิบายดังต่อไปนี้. เราพึงบัญญัติ ปฏิปทาของมุนีแก่ท่าน หากความสุขจะพึงมีเพื่อการทำหรือเพื่อความเกิดขึ้น ซึ่งปฏิปทาของมุนีนั้นอันเป็นการทำได้ยาก ให้เกิดความยินดีได้ยาก ควรปฏิบัติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka