Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 152

เล่ม มมร. 4 หน้า 152 ข้อ 282
พูดเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ ว่าไม่ใช่พวกเรา . . . พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ต้องโสดาบัติ . . . ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่า เฉพาะท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุก ๆ คำพูด.. พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม ว่าไม่ใช่พวกเรา . . .พวกเราไม่ใช่มีความประพฤติดังอูฐ . . .ดังแพะ . . .ดังโค. . . .ดังลา . . .ดังสัตว์ดิรัจฉาน . . .ดังสัตว์นรก สุคติของพวกเราไม่มี พวกเราต้องหวัง ได้แต่ทุคติ . . .ภิกษุนั้น ไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุก ๆ คำพูด. พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์ ว่าไม่ใช่พวกเรา . . .พวกเราไม่ใช่เป็นบัณฑิต . . .ไม่ใช่เป็นคนฉลาด . . .ไม่ใช่เป็น คนมีปัญญา . . .ไม่ใช่เป็นพหูสูต . . .ไม่ใช่เป็นธรรมกถึก ทุคติของพวกเรา ไม่มี พวกเราต้องหวังได้แต่สุคติ . . .ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุก ๆ คำพูด. ต้องอาบัติตามวัตถุ [๒๘๒] อุปสัมบันได้ยินถ้อยคำของอุปสัมบันแล้ว เก็บเอาคำส่อเสียด ไปบอกแก่อุปสัมบัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำพูด. อุปสัมบันได้ยินถ้อยคำของอุปสัมบันแล้ว เก็บเอาคำส่อเสียดไปบอก แก่อนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ. อุปสัมบันได้ยินถ้อยคำของอนุปสัมบันแล้ว เก็บเอาคำส่อเสียดไปบอก แก่อุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka