Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 841

เล่ม มมร. 47 หน้า 841 ข้อ 422
ไม่พึงน้อมไปในการกล่าวมุสา ไม่ พึงกระทำความเสน่หาในรูปและพึงกำหนด รู้ความถือตัว พึงเว้นเสียจากความผลุนผลัน เเล้วเที่ยวไป. ไม่พึงเพลิดเพลินถึงอารมณ์ที่ล่วงมา แล้ว ไม่พึงกระทำความพอใจในอารมณ์ที่ เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ไม่พึงเศร้าโศกถึงอารมณ์ ที่กำลังละไปอยู่ ไม่พึงเป็นผู้อาศัยตัณหา. เรากล่าวความกำหนัดยินดีว่าเป็น โอฆะอันใหญ่หลวง กล่าวตัณหาว่าแล่นไป เร็ว กล่าวตัณหาว่า เป็นเครื่องกระซิบใจ กล่าวตัณหาว่าเป็นอารมณ์ กล่าวตัณหาว่า ทำใจให้กำเริบ เปือกตมคือกาม ยากที่สัตว์ จะล่วงไปได้. พราหมณ์ผู้เป็นมุนี ไม่ปลีกออกจาก สัจจะแล้ว ย่อมตั้งอยู่บนบก คือ นิพพาน มุนีนั้นแล สละค้นอายตนะทั้งหมดแล้วโดย ประการทั้งปวง เรากล่าวว่า เป็นผู้สงบ. มุนีนั้นแลเป็นผู้รู้ เป็นผู้ถึงเวท รู้ สังขตธรรมแล้ว อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัย เป็นอยู่ในโลกโดยชอบ ย่อมไม่ทะเยอทะยาน ต่ออะไร ๆ ในโลกนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka