Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 33

เล่ม มมร. 48 หน้า 33 ข้อ 1
องค์นั้นดีใจว่า กรรมแม้ประมาณเล็กน้อยชื่อนั้น ยังเป็นเหตุแห่งทิพยสมบัติ ใหญ่โดยถึงเพียงนี้. แม้แต่ก่อน เทวดาองค์นั้น อาศัยบุญของตน ก็เสวย โสมนัสในระหว่าง ๆ. แต่บัดนี้ การทำความนอบน้อม ซึ่งเทวดาองค์นั้น แม้การทำแก่พระเถระรูปหนึ่ง ยังมีผลอันโอฬารอย่างนี้. ก็ท่านพระโมค- คัลลานะรูปนี้ เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้ามีคุณอันโอฬาร มีอานุภาพ มาก. ปีติจึงเกิดด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ เราได้พบท่านพระโมคคัลลานะ รูปนี้และทำความเคารพนบนอบ และท่านจะทำการถามปัญหาที่เกี่ยวด้วย ผลบุญของเราเท่านั้น เทวดาองค์นั้น มีปีติและโสมนัสอย่างแรงเกิดขึ้น อย่างนี้ รับคำของพระเถระด้วยเศียรเกล้า จึงพยากรณ์ คือตอบปัญหา โดยอาการที่ท่านถามแล้ว. บทว่า ปญฺหํ ได้แก่พยากรณ์กล่าวตอบความนั้น ที่ท่านต้องการรู้. ก็พยากรณ์อย่างไรเล่า. บทว่า ปุฏฺา ได้แก่ โดยอาการที่ท่านถาม อธิบาย ว่า โดยอาการแห่งปัญหาที่ท่านถามแล้วนั่นแล. แท้จริง ในคำนี้ ท่าน กล่าวว่า ปุจฺฉิตา ถามแล้วกล่าวย้ำว่า ปุฏฺา โดยอาการที่ท่านถามแล้ว พึงเห็นว่า เป็นการกล่าวแน่นอนถึงข้อความโดยเฉพาะ ก็ความเฉพาะนั้น คืออะไร. คือความที่คำพยากรณ์ [ คำตอบ ] พอเหมาะแก่คำถาม. จริงอยู่ ท่านแสดงผลกรรมอันใด ก็ถามถึงกรรมอันเป็นตัวเหตุแห่งผล- กรรมนั้น เป็นการประกาศความที่คำถามและคำตอบทั้งสองนั้น พอ เหมาะแก่กันและกัน. คำถามดำเนินไปโดยอาการใด ไม่ว่าจะโดยอรรถ และโดยพยัญชนะ ความที่คำพยากรณ์ที่มีอาการนั้น พอเหมาะแก่คำถาม และคำตอบก็ดำเนินไปโดยอาการนั้น คำที่ท่านกล่าวว่า ปุจฺฉิตา แล้ว กล่าวว่า ปุฏฺา อีก ก็เพื่อให้รู้ความเฉพาะอันนี้ ด้วยประการฉะนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka