แห่งการสืบต่ออันเป็นที่ตั้งการบุญกิริยานั้น. คำว่า อพฺภาคตานํ ( แก่
ภิกษุผู้มาถึงเรือนแล้ว ) นี้ เป็นคำแสดงเจตนาสมบัติ และแสดงเขตสมบัติ
เพราะแสดงว่า การรับ [ ของพระทักขิไณยบุคคล ] ก็เหมือนการให้
[ ของทายกทายิกา] เป็นไปไม่มุ่งผลาอะไรเลย. คำว่า อาสนกํ อทาสึ
ยถามุภาวญฺจ อทาสิ ทานํ ดีฉันได้ถวายอาสนะและได้ถวายทานตาม
กำลัง นี้ เป็นคำแสดงการถวายสาระ ทางโภคะ [ โภคสาระ ]. คำว่า
อภิวาทยึ อญฺชลิกํ อกาสึ ดีฉันกราบไหว้ ได้กระทำอัญชลี ประนมมือ
นี้ เป็นคำแสดงการถวายสาระ ทางกาย [ กายสาระ ].
บทว่า เตน ได้แก่ เพราะบุญตามที่กล่าวแล้วนั้นเป็นเหตุ. เม
ศัพท์ในบทว่า เม นี้ มาในอรรถตติยาวิภัตติ อธิบายว่า มยา แปลว่า อัน
เรา ได้ในบาลีเป็นต้นว่า กิจฺเฉน เม อธิคตํ หลนฺทานิ ปกาสิตุํ พระ-
นิพพาน อันเราบรรลุแล้วด้วยความยาก ไม่ควรประกาศในบัดนี้ . มาใน
อรรถจตุตถีวิภัตติ อธิบายว่า มยฺหํ แปลว่า แก่เรา ได้ในบาลีเป็นต้นว่า
สาธุ เม ภควา สงฺขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตุ สาธุ ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงแสดงธรรมโดยสังเขปแก่ข้าพระ-
องค์เถิด. มาในอรรถฉัฏฐีวิภัตติ ได้ในบาลีเป็นต้นว่า ปุพฺเพว เม
ภิกฺขเว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ก่อนแต่การตรัสรู้ของเราผู้เป็นพระโพธิสัตว์ยังไม่ได้ตรัสรู้.
แม้ในที่นี้ เมศัพท์ มาในอรรถฉัฏฐีวิภัตติอย่างเดียว อธิบายว่า มม
แปลว่า ของเรา. เมศัพท์นี้นั้น พึงสัมพันธ์ความ ในข้อความทั้งสองว่า
เพราะบุญของเรานั้น และว่า วรรณะของเราจึงเป็นเช่นนี้. คำที่เหลือ
มีนัยกล่าวไว้แล้วทั้งนั้น.