Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 45

เล่ม มมร. 48 หน้า 45 ข้อ 3
ภิกษุผู้ปราศจากกิเลสดุจธุลี ผู้ผ่องใส ไม่หม่นหมอง ก็เลื่อมใสจึงได้ถวายตั่งแก่ท่านด้วยมือตนเอง เพราะ บุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึง เกิดแก่ดีฉัน. ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก แก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันได้ทำบุญใด เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. ก็ในคำคาถาที่ ๕ เป็นต้นว่า ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก ในชาติก่อนในมนุษยโลก นี้ ชาติศัพท์ใช้ในอรรถว่า สังขตลักษณะ ได้ ในบาลีเป็นต้นว่า ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิตา ชาติจัดเข้ากับขันธ์ ๒. ใช้ในอรรถว่า นิกาย ได้ในบาลีเป็นต้นว่า นิคณฺา นาม สมณชาติ นิกาย [ หมู่ ] สมณะ ชื่อนิครนถ์. ใช้ในอรรถว่า ปฏิสนธิ ได้ในบาลี เป็นต้นว่า ยํ มาตุกุจฺฉิยํ ปมํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ปมํ วิญฺาณํ ปาตุภูตํ ตทุปาทาย สาวสฺส ชาติ ปฐมจิต ปฐมวิญญาณ อันใด เกิดปรากฏในท้องมารดา ความอาศัยปฐมจิตปฐมวิญญาณอันนั้นเกิดชื่อว่า ชาติ. ใช้ในอรรถว่า ตระกูล ได้ในบาลีเป็นต้นว่า อกฺขิตฺโต อนุปกฏฺโ ชาติวาเทน เป็นผู้อันเขาไม่คัดค้าน ไม่รังเกียจ โดยกล่าวถึงชาติคือ ตระกูล. ใช้ในอรรถว่า ประสูติ ได้ในบาลีเป็นต้นว่า สมฺปติชาโต อานนฺท โพธิสตฺโต ดูก่อนอานนท์ พระโพธิสัตว์เกิดแล้ว ณ เดี๋ยวนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka