ที่ทำให้ท่านผู้ปฏิบัติชอบ มีผลอันโอฬาร และปรากฏตัวในมนุษยโลก
จึงมีอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวารมาพร้อมกับวิมาน ที่ประกอบด้วยอุทยาน
เป็นต้น ด้วยเทวฤทธิ์ ด้วยเทวานุภาพอันใหญ่ยิ่ง ทั้งที่หมู่มหาชนเห็น ๆ
อยู่นั้นแหละ ลงจากวิมานเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมแล้ว
ยืนประคองอัญชลีอยู่. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า มีพระพุทธประสงค์
จะประกาศผลกรรมให้ประจักษ์แก่บริษัทนั้น จึงตรัสถามเทวดาองค์นั้น
ด้วย ๔ คาถาว่า
ดูก่อนเทพนารี เจ้าขั้นนาวาวิมานปิดทอง เจ้า-
ลงเล่นสระโบกขรณี หักดอกปทุมด้วยมือ ถูฏาคาร
นิเวศของเจ้า จัดไว้พิมพ์เดียวกัน ประหนึ่งเนรมิตเป็น
สัดส่วน เมื่อส่องแสงก็ส่องแสงสว่างโดยรอบสี่ทิศ.
เพราะบุญอะไร วรรณะของเจ้าจึงเป็นเช่นนี้
เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่เจ้า และโภคะ
ทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่เจ้า.
ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ตถาคตขอถามเจ้า
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์เจ้าได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร
เจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของเจ้า
จึงสว่างไสวไปทุกทิศ. พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า
เทวดาองค์นั้นดีใจ ถูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตรัสถาม ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผล
อย่างนี้. คาถาที่เทวดากล่าวตอบมีว่า
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ในชาติก่อน
ในมนุษยโลก ข้าพระองค์ พบภิกษุทั้งหลาย ลำบาก