ม้าของท่านเทียมรถ ประดับด้วยอลังการอย่าง
เยี่ยม ก้มหน้าไปในอากาศ มีกำลังว่องไว ม้าเหล่านั้น
เทียมรถ ๕๐๐ อันบุญกรรมเนรมิตแล้ว นายสารถี
เตือนแล้วก็พาตัวท่านไป ท่านนั้นประดับองค์แล้วยืน
อยู่บนรถอันเพริศแพร้ว ก็สว่างไสวคล้ายดวงไฟกำลัง
โชติช่วงอยู่นี้.
ดูก่อนเทพธิดาผู้อ่าองค์ น่าดูไม่จืด อาตมาขอ
ถามท่าน ท่านมาจากเทพหมู่ไร จึงเข้าเฝ้าพระพุทธ-
เจ้าผู้ที่ไม่มีใครประเสริฐยิ่งกว่า.
สิริมาเทพธิดาจึงตอบด้วยคาถาว่า
บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวถึงเทพซึ่งเป็นผู้เลิศด้วย
กามหมู่ใดว่า เป็นทวยเทพที่เยี่ยมหาที่เปรียบมิได้
ยินดีด้วยกามสมบัติ ที่ทวยเทพพวกอื่นมาเนรมิตให้
[ นิมมานรดี ดีฉันเป็นอัปสรที่มีวรรณะงาม มาจาก
เทพหมู่นั้น มาในมนุษยโลกนี้ก็เพื่อจะถวายบังคม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่ไม่มีใครประเสริฐยิ่งกว่า.
พระเถระใคร่จะถามถึงบุญกรรมที่นางก่อสร้างไว้ในชาติก่อน จึง
ได้ถามด้วยสองคาถาว่า
ชาติก่อนแต่จะมาในที่นี้ ท่านได้สั่งสมสุจริต
กรรมอะไรไว้ ท่านจึงมียศนับประมาณไม่ได้ เปี่ยม
ไปด้วยความสุข เพราะบุญอะไร ตัวท่านจึงมีฤทธิ์ ซึ่ง
ไม่มีฤทธิ์ไร ๆ ประเสริฐยิ่งกว่า และเหาะได้ (เช่นนี้)