Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 159

เล่ม มมร. 48 หน้า 159 ข้อ 18
นางเทพธิดานั้น ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ เทวดา ตอบว่า ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ดีฉันได้เป็น ทาสีหญิงรับรู้ในตระกูลอื่น ดิฉันนั้นเป็นอุบาสิกา ของพระโคดม ผู้มีพระจักษุและพระเกียรติยศ พาก- เพียงออกไปจากกิเลส ในศาสนาของพระโคดมผู้ทรง พระคุณคงที่ เพราะมีมนสิการมั่นอยู่ในจิตว่า แม้ถึง ร่างกายนี้ จะแตกทำลายไปก็ตามที่ การจะหยุด ความเพียรในการเจริญกัมมัฏฐานนี้ ไม่มีเป็นอันขาด ทาง [ มรรค ] แห่งสิกขาบท ๕ [ศีล ๕] เป็นทาง สวัสดี มีความเจริญู ไม่มีหนาม ไม่รก เป็นทางตรง สัตบุรุษประกาศแล้ว ท่านโปรดดูผลแห่งความเพียร คือที่ดีฉันบรรลุอริยมรรค ตามอุบายที่ต้องการเกิด ดีฉันถูกท้าวสักกเทวราชผู้มีอำนาจเชิญมา เหล่า ดุริยเทพหกหมื่น ช่วยกันปลุกดีฉัน คือ เทพบุตร นามว่า อาลัมพะ คัคคมะ ภีมะ สาธุวาทิ ปสังสยะ โปกขระ และสุผัสสะ และเหล่าเทพธิดาวัยรุ่น นาม ว่า วีณา โมกขา นันทา สุนันทา โสณทินนา สุจิมหิตา อาลัมพุสา มิสสเกสี บุณเฑริกา และ เทพกัญญาอีกพวกหนึ่งเหล่านี้คือ นางเอนิปัสสา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka