บิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์พร้อมด้วยภิกษุหมู่ใหญ่ ก็สมัยนั้น หญิงจัณฑาลี
นั้น ถือไม้ออกจากนคร พบพระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังเสด็จมาได้ยืน
ประจันหน้ากันแล้ว. แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับยืนตรงหน้า
เหมือนห้ามมิให้นางไป. ครั้งนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ รู้พระทัยของ
พระศาสดา และความหมดอายุของหญิงนั้นแล้ว เมื่อจะให้นางถวายบังคม
พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า
ดูก่อนแม่จัณฑาล ท่านจงถวายบังคมพระบาท
ยุคลของพระโคดม ผู้มีพระเกียรติยศเถิด พระโคดม
ผู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๗ ประทับยื่นเพื่ออนุเคราะห์
ท่านคนเดียว ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสยิ่ง ในพระองค์
ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้คงที่ แล้วจงรีบประคองอัญชลี
ถวายบังคมเถิด ชีวิตของท่านน้อยเต็มที่.
บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า จณฺฑาลิ พระเถระเรียกนางที่มี
ชื่อมาแต่กำเนิด. บทว่า วนฺท ได้แก่ จงถวายบังคม. บทว่า ปาทานิ
ได้แก่ จรณะคือพระบาทอันเป็นสรณะของโลก พร้อมด้วยเทวโลก. บาท
คาถาว่า ตเมว อนุกมฺปาย ได้แก่ เพื่ออนุเคราะห์ท่านเท่านั้น. อธิบายว่า
เพื่อป้องกันการเกิดในอบายมาให้บังเกิดในสวรรค์. บทว่า อฏฺาสิ ได้แก่
ประทับยืนไม่เสด็จเข้าไปสู่พระนคร. บทว่า อิสิสตฺตโม ความว่า
พระองค์เป็นผู้สูงสุด คือ อุกฤษฏ์ กว่าฤษีชาวโลก พระเสขะ พระอเสขะ
พระปัจเจกพุทธเจ้า อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อิสิสตฺตโม เพราะบรรดา
พุทธฤษีทั้งหลายมีพระวิปัสสีเป็นต้น เป็นฤษี [พระพุทธเจ้า] พระองค์
ที่ ๗.