แก่ข้าพระองค์ เพื่อจะทูลถามถึงกรรมที่เทพธิดานี้กระทำไว้. พระผู้มี-
พระภาคเจ้าได้ตรัสว่า วังคีสะ ปัญหาจงปรากฏแก่เธอเถิด ดังนี้. จึงท่าน
วังคีสะประสงค์จะถามถึงกรรมที่เทพธิดานั้นทำไว้ เมื่อจะสรรเสริญวิมาน
ของเทพธิดานั้นเสียก่อนเป็นปฐม จึงกล่าวว่า
ดูก่อนเทพธิดา อาตมาได้เห็นวิมานของท่านนี้มุง
ด้วยแก้วผลึก ข่ายเงินและข่ายทองคำ มีพื้นวิจิตร
หลายอย่าง น่ารื่นรมย์ เป็นภพที่น่าอยู่ เนรมิตไว้
เป็นอย่างดี มีซุ้มประตูแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ ที่
ลานวิมานเรี่ยรายไปด้วยทรายทอง งดงามมาก ส่อง
แสงไปทั่วสิบทิศ เหมือนพระอาทิตย์บนท้องฟ้า มี
รัศมีตั้งพัน กำจัดความมืดได้ในสรทกาล วิมานของ
ท่านนี้ย่อมส่องแสงเหมือนกับแสงเปลวไฟ ซึ่งกำลัง
ลุกอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืน หรือคล้ายกับการ
ลืมตาขึ้นขณะที่ฟ้าแลบในอากาศฉะนั้น วิมานนี้เป็น
วิมานลอยอยู่บนอากาศ ก้องกังวานไปด้วยเสียงดนตรี
คือ พิณ กลอง และกังสดาล ประโคมอยู่มิได้ขาด
ระยะ สุทัสนเทพนครอันเป็นเมืองพระอินทร์ ซึ่ง
มั่งคั่งไปด้วยสมบัติทิพย์ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็
ฉันนั้น วิมานของท่านนี้ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมอย่าง
เยี่ยมหลายอย่างต่าง ๆ กัน คือกลิ่นดอกปทุม ดอก-
โกมุท ดอกอุบล ดอกจงกลนี ดอกคัดเค้า ดอก-
พุดซ้อน ดอกกุหยาบ ดอกอังกาบ ดอกรัง ดอกอโศก