บทว่า นาคสฺส ทนฺเตสุ ทุเวสุ นิมฺมิตา ความว่า ที่งาทั้งสอง
ของช้างนี้ ศิลปินผู้ชำนาญสร้างสระโบกขรณีไว้อย่างดีสองสระ เหมือน
ของพระยาช้างเอราวัณ. บทว่า ตุริยคณา ได้แก่ หมู่เทพอัปสรนักดนตรี
เครื่อง ๕ คือกลุ่มเทพอัปสรนักดนตรีเครื่อง ๕. บทว่า ปภิชฺชเร ความว่า
แยกเสียงประสาน ๑๒ ประเภท เกจิอาจารย์กล่าวว่า ปวชฺชเร บ้าง
อธิบายว่า บรรเลงหลายประการ. ถูกพระเถระถามอย่างนี้แล้ว เทพธิดา
ก็กล่าวตอบ ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
ดีฉันได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่กรุงพาราณสี ได้
ถวายผ้าคู่หนึ่งแด่พระพุทธเจ้า ถวายบังคมพระยุคล-
บาท แล้วนั่งอยู่ที่พื้นดิน ดีฉันปลื้มใจได้กระทำ
อัญชลี อนึ่ง พระพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณผุดผ่องดุจ
ทองคำธรรมชาติ ได้ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจ
และได้ทรงแสดงทุกขนิโรจสัจ อันปัจจัยปรุงแต่ง
ไม่ได้ และมรรคสัจแก่ดีฉัน โดยประการที่ดีฉันจักรู้
แจ้งได้ ดีฉันเป็นคนมีอายุน้อย ทำกาละ [ ตาย ]
จุติ จากชาตินั้นแล้ว ไปเกิดในชั้นไตรทศ [ ดาว-
ดึงส์ ] เป็นผู้เรืองยศ เป็นปชาบดีองค์หนึ่งของท้าว-
สักกะ นามว่า ยสุตตรา ปรากฏไปทุกทิศ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฉมา แปลว่า ที่พื้นดิน. จริงอยู่ บท
นี้เป็นปฐมาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ. บทว่า วิตฺตา แปลว่า
ยินดีแล้ว. บทว่า ยโต แปลว่า โดยประการใด คือ โดยพระศาสดา