Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 386

เล่ม มมร. 48 หน้า 386 ข้อ 47
ทันใดนั้นแม่โคได้ขวิดข้าพระบาทผู้มีความปรารถนา แห่งใจยังไม่ถึงพระสถูป ถ้าข้าพระบาทพึงสั่งสมบุญ นั้นยิ่งขึ้นไซร้ ทิพยสมบัติพึงมียิ่งกว่านี้เป็นแน่ ข้า แต่ท้าวมฆวานเทพกุญชรจอมเทพ เพราะบุญกรรม นั้น ข้าพระบาทละกายมนุษย์แล้ว จึงมาอยู่ร่วมกับ พระองค์. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปีตจฺทนลิตฺตงฺเค ได้แก่มีสรีระลูบไล้ ด้วยจันทน์มีสีดังทอง. บทว่า ปีตปาสาพสยเน ได้แก่ ประกอบด้วย ปราสาททองทั้งหมดและที่นอนขลิบทอง ด้วยปีตศัพท์ในที่ทุกแห่งทั้งข้าง ล่างข้างบน พึงทราบว่า ท่านหมายความถึงทองทั้งนั้น ด้วยประการฉะนี้. บทว่า ลตตฺถิ ตัดบทเป็น ลตา อตฺถิ แปลว่า มีเครือเถา. เทพธิดาเรียกท้าวสักกเทวราชด้วยความเคารพ ว่า ภนฺเต. บทว่า อนภิจฺฉิตา แปลว่า ไม่มีใครปรารถนา. บทว่า สรีรํ ได้แก่ พระธาตุที่เป็นพระสรีระ. อนึ่ง นี้เป็น โวหารเรียกรวมส่วนย่อย เหมือนข้อความว่า ผ้าไฟไหม้แล้ว ทะเลเขา เห็นแล้ว. บทว่า อสฺส ประกอบ โครูปสฺส แปลว่า ของโคนั้น. บทว่า มคฺคํ ได้แก่ ทางที่มา. บทว่า น อเวกฺขิสฺสํ ได้แก่ ไม่ทันตรวจดู. เพราะเหตุไร ? เพราะใจไม่นึกถึงโคนั้น. บทว่า น ตคฺคมนสา สตี ความว่า มิได้มีใจไปจดจ่อที่แม่โคนั้น ที่แท้มีใจจดจ่อที่พระสถูปของ พระผู้มีพระภาคเจ้าเท่านั้น. ปาฐะว่า ตทงฺคมานสาสตี ดังนี้ก็มี. ใจ ของเทพธิดานั้นมีในองค์นั้น คือในองค์แห่งพระธาตุของพระผู้มีพระภาค- เจ้าพระองค์นั้น เหตุนั้น เทพธิดานั้นจึงชื่อว่า ตทงฺคมนสา มีใจใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka