Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 406

เล่ม มมร. 48 หน้า 406 ข้อ 50
ดูก่อนเทวดา ท่านมีวรรณะงานยิ่ง กรีดกราย มือและเท้าฟ้อนรำได้เหมาะเจาะ ในเมื่อดนตรี บรรเลงอยู่อย่างไพเราะ เมื่อท่านนั้นร่ายรำอยู่ เสียงทิพย์อันน่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจ ก็เปล่งออกจาก อวัยวะน้อยใหญ่ทั่วสรรพางค์ เมื่อท่านนั้นร่ายรำอยู่ กลิ่นทิพย์ที่มีกลิ่นอันหอมหวนน่ารื่นรมย์ใจ ก็ฟุ้งขจร ไปจากอวัยวะน้อยใหญ่ทั่วสรรพางค์ เครื่องประดับที่ มวยผมที่แกว่งไกวไปมาตามกาย ก็เปล่งเสียงกังวาน. ให้ได้ยิน ปานประหนึ่งว่า ดนตรีเครื่อง ๕ เทริดที่ ถูกลมกระพือพัดเคลื่อนไหวไปตามสายลม ก็เปล่ง เสียงกังวานให้ได้ยิน ปานประหนึ่งว่า เสียงดนตรี เครื่อง ๕ เช่นกัน พวงมาลัยประดับเศียรของท่าน มีกลิ่นหอมน่ารื่นรมย์ใจ ก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบไป ทุกทิศ ดังหนึ่งต้นมัญชูสกะ (เป็นชื่อต้นไม้ใน สวรรค์ ว่ามีกลิ่นหอมยิ่งนัก) ท่านได้สูดดมกลิ่น หอมนั้น ทั้งได้เห็นรูปอันมิใช่ของมีอยู่ในมนุษย์ ดูก่อนเทวดา อาตมาถามท่าน ขอท่านได้โปรดบอกว่า นี้เป็นผลของกรรมอะไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หตฺเถ ปาเท จ วิคฺคยฺห คือ ขยับมือ และเท้าด้วยอาการหลายอย่าง อธิบายว่า ขยับมือด้วยอาการหลายอย่าง แปลก ๆ กันออกไป ด้วยอำนาจการแสดงท่าร่ายรำต่าง ๆ อย่าง เป็นต้น ว่า รำกำดอกไม้ รำประนมดอกไม้ และเยื้องย่างเท้าด้วยอาการหลายอย่าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka