ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเทพบุตรนั้น เพื่อจะทรง
ทำผลแห่งกรรมและพุทธานุภาพให้ประจักษ์แก่มหาชน จึงตรัสถามว่า
ใครรุ่งเรืองด้วยฤทธิ์ ด้วยยศ มีวรรณะงาม
ทำทิศทุกทิศให้สว่างไสว กำลังไหว้เท้าของเรา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โก ได้แก่ บรรดาเทวดานาคยักษ์
และมนุษย์เป็นต้น ใคร ความว่า เป็นประเภทไหน. บทว่า เม แปลว่า
ของเรา. บทว่า ปาทานิ แปลว่า เท้าทั้งสอง. บทว่า อิทฺธิยา ได้แก่
ด้วยเทพฤทธิ์นี้ คือเช่นนี้. บทว่า ยสฺสา ได้แก่ ด้วยบริวารและด้วย
เกียรติที่กำหนดไว้นี้ คือเช่นนี้ บทว่า ชลํ แปลว่า โชติช่วงอยู่. ว่า
อภิกฺกนฺเตน ได้แก่ น่ารัก น่าใคร่ คืองามเหลือเกิน. บทว่า วณฺเณน
ได้แก่ ผิวพรรณ ความว่า ประกายวรรณะของร่างกาย.
ครั้งนั้น เทพบุตรเมื่อกระทำให้แจ้ง ซึ่งชาติก่อนเป็นต้นของตน
ได้ทูลพยากรณ์ด้วยคาถาเหล่านั้นว่า
เมื่อชาติก่อน ข้าพระองค์เป็นกบอยู่ในน้ำ มี
น้ำเป็นถิ่นที่หากิน กำลังฟังธรรมของพระองค์อยู่
คนเลี้ยงโคก็ฆ่าเสีย ขอพระองค์โปรดดูฤทธิ์และยศ
ดูอานุภาพวรรณะและความรุ่งเรืองของความเลื่อมใส
แห่งจิตเพียงครู่เดียวของข้าพระองค์ ข้าแต่ท่านพระ-
โคดม ชนเหล่าใด ได้ฟังธรรมของพระองค์ตลอด
กาลยาวนาน ชนเหล่านั้นก็ถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว ซึ่ง
คนไปแล้วไม่เศร้าโศกเลย.