Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 425

เล่ม มมร. 48 หน้า 425 ข้อ 52
วิมานงาม มีรัศมีดังดวงอาทิตย์ งามสว่างจ้า คลุมด้วยข่ายทอง มีเทพอัปสรเกลื่อนกลาด นั่นเป็น วิมานของใคร รุ่งเรืองเพียงแสงอาทิตย์ หมู่เทพนารี ไล้ทาด้วยแก่นจันทน์ ทำวิมานให้งดงามทั้งสองด้าน วิมานนั้นปรากฏมีรัศมีเสมอดวงอาทิตย์ ใครขึ้น สวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน. ยักษ์เหล่านั้นได้บอกแก่นางเรวดีว่า ในกรุงพาราณสี มีอุบาสกชื่อนันทิยะ เป็น คนไม่ตระหนี่ เป็นทานบดี เป็นผู้รู้ถ้อยคำ วิมานที่ มีอัปสรเกลื่อนกลาด รุ่งเรืองเพียงแสงอาทิตย์ นี้เป็น ของอุบาสกนั้น หมู่เทพนารีไล้ทาด้วยแก่นจันทน์ ทำให้วิมานงดงามทั้งสองด้าน วิมานนั้นปรากฏมี รัศมีเสมอดวงอาทิตย์ นันทิยะอุบาสกนั้น ขึ้นสวรรค์ บันเทิงอยู่ในวิมาน. นางเรวดีกล่าวว่า ดีฉันเป็นภรรยาของนันทิยะ เป็นเจ้าของเรือน เป็นใหญ่ของตระกูลทั้งหมด บัดนี้ ดีฉันจักยินดีใน วิมานของสามี ไม่ปรารถนาเห็นนรก. ยักษ์เหล่านั้นกล่าวว่า แน่ะนางตัวชั่วร้าย นี่แหละนรกของเจ้า เจ้า ไม่ทำบุญในมนุษยโลก ด้วยว่า คนตระหนี่ โกรธ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka