เมื่อพระอาทิตย์กำลังแผดแสงในเดือนท้ายฤดูร้อน
ข้าพเจ้าเป็นคนรับจ้างทำงานของผู้อื่น กำลังรดน้ำสวน
มะม่วงอยู่ ในขณะนั้น ภิกษุที่ปรากฏชื่อว่า สารีบุตร
ลำบากกาย ไม่ลำบากใจ ได้เดินไปทางสวนมะม่วงนั้น
ข้าพเจ้ากำลังรดน้ำต้นมะม่วง ได้เห็นท่านกำลังเดิน
มาจึงได้กล่าวว่า ขอโอกาสเถิดเจ้าข้า กระผมขอให้
ท่านสรงน้ำ ซึ่งจะนำสุขใจมาให้ ท่านพระสารีบุตร
วางบาตรจีวรไว้ เหลือจีวรผืนเดียวนั่งที่ร่มเงาโคนต้น
ไม้ เพื่ออนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าเป็นคน
มีใจเลื่อมใส เอาน้ำใสมาให้ท่าน ซึ่งมีจีวรผืนเดียว
นั่งที่ร่มเงาโคนต้นไม้สรงน้ำ มะม่วงเราก็รดน้ำแล้ว
สมณะเราก็ให้ท่านสรงนำแล้ว เราขวนขวายบุญแล้ว
มิใช่น้อย บุรุษนั้นมีปีติซาบซ่านไปทั่วกายของตน ด้วย
ประการฉะนี้ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมมีประมาณเท่านี้นั้น
เองในชาตินั้น ละร่างมนุษย์แล้วเข้าถึงนันทนวัน
ข้าพเจ้ามีเหล่าเทพอัปสรฟ้อนรำขับร้องห้อมล้อม
รื่นรมย์อยู่ในอุทยานนันทนวันอันน่ารื่นรมย์ ประกอบ
ไปด้วยฝูงสกุณชาตินานาชนิด.
จบอัมพวิมานที่ ๕