Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 597

เล่ม มมร. 48 หน้า 597 ข้อ 79
หลังเขาทำกาลกิริยาตายไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท่านพระมหาโมค- คัลลานะเข้าไปหาเขา ถามถึงบุญที่เขากระทำด้วยคาถาเหล่านี้ว่า วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบ มีห้องรโหฐาน ๗๐๐ ล้วนเสาแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วย เครื่องปูลาดที่งดงาม ท่านนั่งและดื่มกินในวิมานนั้น พิณทิพย์ก็บรรเลงไพเราะ ในวิมานนี้มีกามคุณห้ามีรส อันเป็นทิพย์ และอัปสรเทพนารีที่แต่งองค์ด้วยทอง ฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะ ทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน. ฯ ล ฯ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่าง นี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. เทพบุตรนั้นถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า เมื่อพระอาทิตย์กำลังแผดแสงในเดือนท้ายฤดู- ร้อน ข้าพเจ้าเป็นคนรับจ้างทำงานของผู้อื่น กำลัง รดน้ำสวนมะม่วงอยู่ ในขณะนั้น ภิกษุที่ปรากฏชื่อว่า สารีบุตร ลำบากกาย ไม่ลำบากใจ ได้เดินไปทาง สวนมะม่วงนั้น ข้าพเจ้ากำลังรดน้ำต้นมะม่วง ได้ เห็นท่านกำลังเดินมา จึงกล่าวว่า ขอโอกาสเถิด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka