Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 607

เล่ม มมร. 48 หน้า 607 ข้อ 81
ลงในอรรถปัญจมีวิภัตติ คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. จบอรรถกถาโคปาลวิมาน ๗. กัณฐกวิมาน ว่าด้วยกัณฐกวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนึ่งว่า [๘๑] พระจันทร์มีรอยรูปกระต่ายในเดือน เพ็ญ อันหมู่ดาวแวดล้อม เป็นอธิบดีของดาวทั้งหลาย ย่อมโคจรไปโดยรอบ ฉันใด ทิพยวิมานนี้ก็อุปมา ฉันนั้น ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยรัศมีในเทพบุรี เหมือนดวง อาทิตย์กำลังอุทัยฉะนั้น พื้นวิมานน่ารื่นรมย์ใจ วิจิตร ไปด้วยแก้วไพฑูรย์ ทอง แก้วผลึก เงิน เพชร- ตาแมว แก้วมุกดา และแก้วทับทิม ปูลาดด้วยแก้ว ไพฑูรย์ ห้องรโหฐานงาม น่ารื่นรมย์ปราสาทของ ท่านอันบุญกรรมสร้างไว้อย่างดี สระโบกขรณีของ ท่านน่ารื่นรมย์ กว้างขวาง ประดับด้วยแก้วมณี มี น้ำใสสะอาด ลาดด้วยทรายทองดาดาษด้วยปทุมชาติ ต่าง ๆ รายรอบด้วยบัวขาว ยามลมรำเพยก็โชยกลิ่น หอมฟุ้งจรุงใจ สองข้างสระโบกขรณีของท่านนั่น มีพุ่มไม้สร้างไว้อย่างดี ประกอบด้วยไม้ดอกและไม่ ผลทั้งสองอย่าง อัปสรทั้งหลายแต่งองค์ด้วยสรรพา-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka