Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 635

เล่ม มมร. 48 หน้า 635 ข้อ 83
มาณพนั้นกล่าวตอบพราหมณ์นั้นว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์ทั้งสองย่อมปรากฏในท้องฟ้านั้น รถทอง ของข้า ย่อมงามด้วยคู่ล้อนั้น. ลำดับนั้น พราหมณ์กล่าวกะเทพบุตรว่า พ่อมาณพ เจ้าเป็นคนโง่ ที่มาปรารถนาสิ่งที่ ไม่ควรปรารถนา ข้าเข้าใจว่าเจ้าจักตาย [ เสียก่อน ] จักไม่ได้พระจันทร์และพระอาทิตย์แน่นอน. ลำดับนั้น มาณพกล่าวกะพราหมณ์ว่า คนที่ร้องไห้เพื่อต้องการสิ่ง ปรากฏอยู่เป็นคนโง่ หรือว่าคนที่ร้องไห้เพื่อต้องการสิ่งที่ไม่ปรากฏอยู่ เป็นคนโง่ แล้วกล่าวว่า แม้การไปการมาของพระจันทร์พระอาทิตย์ ก็ ยังเห็นกันอยู่ รัศมีของพระจันทร์พระอาทิตย์ ก็ยัง เห็นกันอยู่ในวิถีทั้งสอง คนที่ตายล่วงลับไปแล้ว ใคร ก็ไม่เห็น บรรดาเราสองคนที่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ใน ที่นี้ ใครโง่กว่ากัน. พราหมณ์ได้ฟังดังนั้นแล้ว กำหนดในใจว่า เจ้านี่พูดถูกจึงกล่าวว่า พ่อมาณพ ท่านพูดจริง บรรดาเราสองคนที่ ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ ข้านี่แหละเป็นคนโง่กว่า ปรารถนาบุตรที่ตายล่วงลับไปแล้ว เหมือนทารกร้องไห้ อยากได้พระจันทร์ฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka