พาหนะ รีบเดินทางมาในกลางคืนซึ่งเป็นเวลาวิกาล
ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงได้พลาดทาง ไปผิดทาง หลงทาง
ไม่รู้ทิศ เดินเข้าไปในป่าที่ไปได้แสนยาก กลาง
ทะเลทราย วุ่นวายเหมือนคนตาบอด ข้าแต่ท่านเทวะ
ผู้ควรบูชา พวกข้าพเจ้าได้พบวิมานอันประเสริฐ
และตัวท่านนี้ ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน จึงหวังจะรอด
ชีวิตยิ่งกว่าแต่ก่อน เพราะพบกัน พวกข้าพเจ้าจึง
พากันร่าเริงดีใจและปลื้มใจ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มคเธสุ องฺเคสุ จ สตฺถวาหา
ความว่า เป็นทั้งนายกองเกวียน เป็นทั้งเจ้าของกองเกวียน นำสินค้ามา
แลกเปลี่ยนสินค้า เป็นผู้เกิดเติบโตในแคว้นมคธและในแคว้นอังคะ เป็น
ชาวแคว้นนั้น. บทว่า ปณิยํ แปลว่า สินค้า. บทว่า เต ได้แก่ พวก
ข้าพเจ้านั้น. บทว่า ยามเส แปลว่า พากันไป. บทว่า สินฺธุโสวีรภูมึ
ได้แก่ สินธุประเทศ และโสวีระประเทศ. บทว่า อุทฺทยํ ได้แก่
ผลประโยชน์เป็นรายได้ส่วนเกิน [ กำไร ]. บทว่า อนธิวาสยนฺตา
แปลว่า ทนไม่ได้. บทว่า โยคฺคานุกมฺปํ ได้แก่ อนุเคราะห์สัตว์ทั้ง-
หลายมีโคเป็นต้น . บทว่า เอเตน เวเคน ได้แก่ ด้วยความเร็ว ที่เป็น
เหตุให้พวกข้าพเจ้าพากันมา คือเป็นผู้มาก่อนพบท่าน. บทว่า รตฺตึ มคฺคึ
ปฏิปนฺนา ความว่า เดินทางกลางคืน. บทว่า วิกาเล ได้แก่ ไม่ถูกกาล
ไม่ถูกเวลา.
บทว่า ทุปฺปยาตา ได้แก่ ไปได้โดยยาก คือไปไม่ถูกทาง เพราะ