Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 683

เล่ม มมร. 48 หน้า 683 ข้อ 85
วางไว้ไม่เรียบร้อยในที่ที่คนทั้งหลายเหล่านั้นบูชา จึงจัดวางดอกไม้เหล่า นั้นอย่างเรียบร้อยทีเดียวในที่นั้นเอง ได้บูชาด้วยดอกไม้ซึ่งจัดอย่างวิเศษ เป็นส่วน ๆ มีสัณฐานน่าดูน่าเลื่อมใส ครั้นแล้วก็ยึดการบูชาด้วยดอกไม้ นั้นเป็นอารมณ์ ระลึกถึงพระคุณของพระศาสดา มีจิตเลื่อมใส ตั้งบุญ นั้นไว้ในหทัย. เวลาต่อมา อุบาสกนั้นทำกาละตายไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒ โยชน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยอานุภาพแห่งกรรมนั้นเอง เขาได้มีอานุภาพ มากและบริวารมาก. คำว่า ตสฺมึ ขเณ อญฺตโร เทปุตฺโต ฯ เป ฯ อฏฺาสิ ดังนี้ กล่าวหมายถึงเทพบุตรนั้น. ลำดับนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ถามถึงกรรมสุจริตที่เทพ- บุตรกระทำ โดยมุ่งประกาศสมบัติตามที่ได้ไว้ ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมี ห้องรโหฐานงามโอฬาร ๗๐๐ ห้อง ล้วนเสาแก้ว ไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดที่งดงาม ท่านนั่ง และดื่มกินในวิมานนั้น และพิณทิพย์ก็บรรเลงไพเราะ มีกามคุณห้า มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีที่แต่งองค์ ด้วยทองฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะ งามเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน. ดูก่อนเทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถาม ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka