กำลังทรงแสดงธรรมอยู่ในพระเวฬุวัน ได้ยินไม่ปรากฏตัว.
ลำดับนั้น มหาชนเห็นนางสุลสา แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า แม่สุลสา
เธอไปไหนมาตลอดวันเท่านี้ มารดาของเธอ เมื่อไม่เห็นเธอ ก็ได้
ถึงความร่ำไรโศกเศร้าเหมือนคนบ้า. นางจึงแจ้งเรื่องนั้นแก่มหาชน
และเมื่อมหาชนถามว่า อย่างไรบุรุษนั้นการทำความขวนขวาย
แต่บาปเช่นนั้น ไม่ได้ทำกุศลไว้เลย ยังเกิดเป็นเทพได้ นางสุลสา
กล่าวว่า เขาได้ถวายขนมต้มและน้ำดื่มที่เราให้ แก่ท่านพระมหา-
โมคคัลลานะ ด้วยบุญนั้น จึงได้เกิดเป็นเทพบุตร มหาชนได้กระทำ
ดังนั้น จึงได้เกิดอัศจรรย์จิตไม่เคยมี จึงได้คิดว่า เขาได้กระทำ
บุญกรรมแม้น้อย ในพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้ชื่อว่า เป็นบุญเขต
อันยอดเยี่ยมของชาวโลก จึงนำสัตว์มาเกิดเป็นเทพบุตร ดังนี้แล้ว
จึงได้เสวยปีติและโสมนัสอันโอฬาร ภิกษุทั้งหลาย กราบทูล
เนื้อความนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. ลำดับนั้น เพราะอัตถุปปัติเหตุนี้
พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงได้ทรงภาษิตคาถาเหล่านี้ว่า :-
พระอรหันต์ทั้งหลาย เปรียบด้วยนา
ทายกทายิกาทั้งพลาย เปรียบด้วยชาวนา ไทย
ธรรมเปรียบด้วยพืช ผลทาน ย่อมเกิด แต่การ
บริจาคไทยธรรม ของทายกทายิกาผู้ให้แก่
ปฏิคาหกผู้รับนั้น พืชนาและการหว่านพืชนี้
ย่อมให้เกิดผลแก่พวกเปรต และทายกทายิกา
ผู้ให้ เปรตทั้งหลาย ย่อมพากันบริโภคผลนั้น