Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 74

เล่ม มมร. 49 หน้า 74 ข้อ 92
ลำดับนั้น นางเปรตเมื่อจะบอกถึงการที่ตนเกิดในเปตโลก และเหตุที่เคี้ยวกินเนื้อบุตร จึงได้กล่าวคาถานี้ว่า :- เมื่อก่อนดิฉัน มีบุตร ๒ คน บุตร ๒ คน นั้น กำลังหนุ่มแน่น ดิฉันอาศัยกำลังคือบุตร จึง ได้ดูหมิ่นสามีของตน ภายหลังสามีของดิฉันโกรธ จึงได้หาภริยามาใหม่ และภริยาใหม่นั้นมีครรภ์ ดิฉันคิดชั่วต่อเขา มีจิตคิดประทุษร้าย ได้ทำให้ ครรภ์ตกไป ภริยาคนใหม่มีครรภ์ ๓ เดือนเท่านั้น ตกเป็นโลหิตเน่า มารดาของเขาโกรธแล้ว เชิญ พวกญาติของดิฉันมาประชุมกัน ซักถามให้ดิฉัน ทำการสบถ และขู่เข็ญดิฉันให้กลัว ดิฉันได้กล่าว คำสบถและมุสาวาทอย่างแรงว่า ถ้าดิฉันทำความ ชั่วอย่างนี้ ขอให้ดิฉันกินเนื้อบุตรเถิด ดิฉันมีกาย เปื้อนหนองและเลือด กินเนื้อบุตรทั้งหลาย เพราะ วิบากแห่งกรรม คือการทำครรภ์ให้ตกไป และ มุสาวาททั้ง ๒ นั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุตฺตพลูเปตา ได้แก่ อาศัยกำลัง คือบุตร คือ ได้กำลังด้วยอำนาจบุตร. บทว่า อติมญฺิสํ แปลว่า ดูหมิ่นเกินไป. บทว่า ปูติโลหิตโก ปติ ได้แก่ ครรภ์ไหลออกเป็น โลหิตเน่า. คำที่เหลือทั้งหมด เป็นเสมือนคำที่เป็นลำดับมานั่นเอง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka