Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 4 หน้าที่ 271

เล่ม มมร. 4 หน้า 271 ข้อ 357
บุคคลใดแล ข่มความโกรธที่เกิดขึ้น แล้วได้ เหมือนกับสารถีหยุดรถ ซึ่งกำลัง แล่นอยู่ได้ เราตถาคตเรียกบุคคลนั้นว่า เป็นสารถี ชนนอกจากนี้ เป็นแต่คนถือ บังเหียน.๑ ในเวลาจบพระคาถา เทวดานั้น ได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. พระผู้มี พระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ประชุมกันพร้อมแล้ว จึงได้ ทรงภาษิตพระคาถานี้อีกว่า ภิกษุใดแล ย่อมกำจัดซึ่งความโกรธ ที่เกิดขึ้น เหมือนหมอกำจัดพิษงูที่แล่นซ่าน ไปแล้ว ด้วยโอกาสทั้งหลาย ฉะนั้น ภิกษุนั้น ย่อมละฝั่งนี้และฝั่งโน้นได้ เหมือนงูลอก- คราบเก่าแก่ทิ้งไป ฉะนั้น๒. บรรดาคาถาทั้งสองนั้น คาถาที่ ๑ พระธรรมสังคาหกาจารย์ยกขึ้นสู่ สังคหะ ในธรรมบท, คาถาที่ ๒ ยกขึ้นสู่สังคหะ ในสุตตนิบาต ส่วนเรื่อง ยกขึ้นสู่สังคหะ ในวินัยปิฏกแล. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมอยู่นั่นเทียว ทรงตรวจ ดูสถานที่อยู่ของเทวดานั้น ทอดพระเนตรเห็นสถานที่ อันสมควรแล้ว. จึงตรัสว่า ไปเถิดเทวดา ! ณ ที่โอกาสโน้นมีต้นไม้ว่างอยู่, เธอจงเข้าไปอยู่ที่ต้นไม้นั้น. ได้ยินว่า ต้นไม้นั้นไม่มีในแคว้นอาฬวี, มีอยู่ภายในกำแพงเครื่องล้อมแห่ง พระเชตวัน ซึ่งมีเทวบุตรผู้เป็นเจ้าของได้จุติไปแล้ว เพราะเหตุนั้น ต้นไม้นั้น ๑. ขุ. ธ. ๒๕/๔๔-๔๕. ๒. ข. ส. ๒๕/๓๒๔.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka