Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 179

เล่ม มมร. 49 หน้า 179 ข้อ 100
การประชุม. บทว่า อามนฺติตา ความว่า ท่านอันดิฉันเชิญโดย การกระทำมงคล. บทว่า สสามินี ความว่า หญิงผู้ร่วมสามี คือ ผู้ร่วมผัว. มีวาจาประกอบความว่า บทว่า โน จ โขหํ ความว่า ส่วนเราเขามิได้เชื้อเชิญเลย. บทว่า ทุสฺสํ ตฺยาหํ ตัดเป็น ทุสฺสํ เต อหํ. บทว่า อปานุทึ ได้แก่ ดิฉันได้ลัก คือ ได้ถือเอาโดยอาการ ขะโมย. บทว่า ปุจฺจคฺฆํ ได้แก่ ใหม่เอี่ยม. หรือมีค่ามาก. บทว่า อตาเรสึ ได้แก่ ทิ้งไป. บทว่า คูถคนฺธินี ได้แก่ ผู้มีกลิ่นเหมือน กลิ่นคูถ คือ ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอุจจาระ. บทว่า ยํ เคเห วิชฺชเต ธนํ ความว่า เราทั้งสอง คือ ท่านและ ฉัน มีทรัพย์ที่เกิดขึ้นในเรือนเสมอกัน คือ เท่ากันทีเดียว. บทว่า สนฺเตสุ แปลว่า มีอยู่. บทว่า ทีปํ ได้แก่ ที่พึ่ง. ท่านกล่าวหมายเอา บุญกรรม. นางเปรตนั้นครั้นบอกเนื้อความที่นางติสสาถามอย่างนี้แล้ว เมื่อจะประกาศความผิดที่ตนไม่กระทำตามคำของนางติสสานั้น ในกาลก่อนกระทำอีก จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ในเวลานั้นนั่นเอง ท่านได้กล่าวสอนเรา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตเทว แปลว่า ในกาลนั้นนั่นแหละ คือ ในเวลาที่เราตั้งอยู่ในอัตภาพมนุษย์นั่นเอง. บาลีว่า ตเถว ดังนี้ก็มี, อธิบายว่า กรรมที่เกิดขึ้นในบัดนี้ ฉันใด กรรมนั้นก็เป็น อย่างนั้นเหมือนกัน. นางเปรตแสดงอ้างถึงตนว่า มํ. บทว่า ตฺวํ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka